เที่ยวญี่ปุ่น วันที่ 6 โตเกียว-นาริตะ-ชิบูย่า

วันที่ 6 (21 sep 2014) โตเกียว-นาริตะ
ก่อนนอนเมื่อคืน เปิด iPad ทบทวน สถานที่เที่ยวที่ลิสไว้ว่าอยากไปไหนบ้างที่โตเกียว มีหลายที่เลยที่เราอยากไป ไม่ว่าจะเป็น Fujiko F Fujio Museum (พิพิธภัณฑ์โดราเอมอน) // พระราชวังอิมพีเรียล // โตเกียวทริอาร์มิวเซียม // ตึกที่ว่าารมหานครโตเกียว // ชิบะ //มัตสึโมโต้ // ฮิริชิม่า  แต่ที่อยากไปสุดเห็นจะเป็นมัตสึโมโต้  แต่ดูเวลาการเดินทางแล้ว ใช้เวลาไปกลับเกือบ ๆ 6 โมง ไม่ไหวแฮะ   เลยตัดสินใจไปเที่ยวถนนนาริตะ โอโมเตะซันโดะ เมืองเก่าแก่สมัยเอโดะ ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะพาเราไปวัดนาริตะ-ซัน ชินโจ-จิ

 

 

 

 

การเดินทาง เรานั่ง JR ที่สถานี JR ASAKUSABASHI นั่ง R Chuo/Sobu Line ไปลงที่สถานี CHIBA แล้วต่อ JR Sobu/Narita Line ไปลงที่สถานี NARITA ใช้เวลาประมาณ 80 นาทีค่ะ  จากนั้นเดินต่ออีก 5 นาที ก็จะเจอถนนที่รายล้อมด้วยบรรดาร้านค้า ขายของกินของที่ระลึก

japan601

japan602

japan603

japan604

japan605

japan606

japan607

japan610

japan611

japan635

japan612

japan625

japan626

japan633

เราคาดว่าเมืองนี้คงจะดังเรื่องปลา ไหล เพราะตลอดทางเดิน จะเจอเมนูข้าวหน้าปลาไหล ปลาไหลย่าง เดินต่อมาอีกหน่อย เจอร้านขายปลาไหลย่าง แถมทำปลาไหลกันให้ดูสดๆ ตั้งแต่มันเป็นๆ จนกลายมาเป็นปลาไหลย่าง สดจริงๆ แต่เราไม่กล้ากินนะ ไม่ชอบทรวดทรงปลาไหลเท่าไหร่ 555

japan609

เดินตามถนนนาริตะ โอโมเตะซันโดะ  เรื่อยๆ ก็จะเจอวัดนาริตะ-ซัน ชินโจ-จิ  วัดคู่เมืองนาริตะเค้าหละ

japan613

japan614

japan615

japan616

japan624

japan617

japan618

japan619

japan623

japan620

japan621

japan622

japan627

 

ก่อนกลับ ที่สถานีนาริตะ มีตู้กดไอติม LOTTE  เห็นช็อกโกแลตมิ้นท์ เป็นไม่ได้  ของลองหน่อยเหอะ  ¥130 🙂

 

นั่งรถจากสถานี JR NARITA กลับมาที่สถานี JR ASAKUSABASHI เพราะเราต้องไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที Anne Hostel เพื่อมาที่พักอีกทีในคืนนี้ Khoasan Ninja  อยู่ใกล้สถานี JR ASAKUSABASHI แต่เดินไปคนละทางกับ Anne Hostel

เราพักที่โตเกียว 3 คืน ทีแรกอยากพักที่ Khoasan Ninja เพราะมีสวยดี แต่ตอนจองมีแต่ห้องรวม ชาย-หญิง เพื่อนเราเลยไม่อยากให้เราพัก ถ้ามาพักด้วยกัน 3 คน ค่อยดูปลอดภัยหน่อย..คืนที่ 3 นี่ เพื่อนอีก 2 คนกลับมาจาก Aomori แล้วเลยจองที่ Khoasan Ninja 1 คืน 🙂

japan630

เตียงพัก 2 ชั้น เป็นคล้ายๆ แคปซูล  เวลานอนต้องเปิดประตูแง้มๆ ไว้หน่อย กลัวหายใจไม่ออก  ที่ Khoasan Ninja สำหรับเรา ข้อเสียอย่างนึงคือ ไม่มีลิฟท์อ่ะ  เราได้ห้องพักที่ชั้น 4 เดินยกกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ขึ้นบันได 4 ชั้น เล่นเอาหอบเลย  – – “

japan632

japan631

เก็บของเรียบร้อย ขอล้างหน้าสักหน่อย แล้วไปเที่ยวกันต่อ

japan701

ระหว่างทางเจอร้านขายขนมก่อนหน้านี้ต่อแถวกันยาวเลย (เป็นขนมปลาที่ด้านในเป็นไส้ถั่วแดง เรียกไม่ถูก)

japan628

ก่อนเที่ยวต่อ ยังไม่ได้กินข้าวเช้า ข้าวเที่ยงเลย นี่ก็ 5 โมงเย็นแล้ว  เดินหาร้านอาหารแถวที่พักซะหน่อย เดินๆ ไปเจอร้านนี้ค่ะ ข้าวตู้กด เลยลองหน่อย ดูรูปแล้วน่ากินดีค่ะ  ¥380  บริการเร็วมาก กดปุ๊บ เดินเข้าไปในร้าน ยื่นบัตรให้ รอไม่นานข้าวก็มาแล้ว 🙂

 

อิ่มแล้ว กองทัพก็เดินต่อไปแล้ววววว  เป้าหมายต่อไป ตลาดAmeyoko กับตึกม่วง (สวรรค์ของนักช้อป)  ดูจากไกด์บุ๊คแล้วอยู่ใกล้ๆ กัน

จาก Khoasan Ninja เดินมาขึ้นรถไฟที่สถานี JR ASAKUSABASHI มาลงที่สถานี JR Shijuku แล้วเปลี่ยนไปนั่งรถไฟ Yamanote ที่วิ่งวนเป็นวงกลมรอบเมือง (รถไฟสาย yamanote สามารถใช้ JR Pass ได้) จากสถานี Shinjuku นั่งมาลงที่สถานี Okachimachi  ก่อนไปตึกม่วง เราเดินเลยไปที่ตลาด Ameyoko ก่อน เย็นแล้ว กลัวร้านปิด

 

 

ที่ตลาด Ameyoko มีร้านค้ามากมาย ทั้งอาหารแห้ง อาหารทะเล ขนม เสื้อผ้า รองเท้า นาฬิกา จิปาถะเลยค่ะ

japan636

japan637

japan638

japan639

japan640

เราเดินไปได้ประมาณครึ่งซอย (ซอยยาวมาก) เห็นแต่บรรดาอาหารแห้ง เสื้อผ้า รองเท้า ความตั้งใจเราอยากไปหาขนมพวกคิทแคท ขนมห่อๆ  ไม่เจอสักที เลยถอยหลังกลับดีกว่า เย็นแล้ว ไปจบเอาที่ตึกม่วงเลยดีกว่า เพราะที่ตึกม่วงมีขนมสารพัดเลย

(จริงๆ ตลาด Ameyoko มีขนมที่เราจะซื้อเหมือนกันนะค่ะ เพื่อนบอกมาอีกที แต่ต้องเดินไปจนสุดซอยแล้วจะมีแยกให้เราเดินอีก)

 

japan642

japan643

เดินจากตลาด Amekoyo ข้ามถนนมาหน่อย ก็จะเจอตึกม่วง Takeya ตั้งเด่นตระหง่านให้เราเห็นกันชัดๆ เลยค่ะ   ที่ตึกม่วงมีทุกอย่างคล้ายๆ ดองกี้เลยค่ะ  ขนมบางอย่างถูกกว่าที่ดองกี้อีกแหนะ  วันนี้เลยได้ขนมกลับมาอีกเพียบ

 

ช้อปที่ตึกม่วงเสร็จ ภาระกิจสุดท้ายของวันนี้ ” ไปดูคนล้านแปดที่ 5 แยก Shibuyu กัน  การเดินทาง จากสถานี Okachimachi นั่งสาย Yamanote มาลงที่สถานี Shibuya ได้เลยค่ะ

 

คนเยอะมาก มาจากไหนกันนี่

japan644

japan645

japan646

japan647

japan648

japan649

japan650

japan651

เดินเล่นที Shibuya สักพัก ส่วนมากเป็นห้างร้าน คาเฟ่ ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ร้านเกมส์  เยอะแยะไปหมด เราได้แต่แวะซื้อกาแฟที่ดองกี้ เพราะยังอิ่มข้าวตู้กดอยู่เลย

 

japan629

อร่อยดีอ่ะ

 ยังไงก่อนกลับที่พัก ขอแวะไป Harajuku อีกที่ เพราะ คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่โตเกียวละ จากสถานี Shibuya นั่ง รถไฟสาย Yamanote เหมือนเดิมค่ะ นั่งมา 1 สถานีก็ถึงสถานี Harajuku แล้ว ออกจากสถานีรถไฟ ข้ามทางม้าลายมา ก็ถึงแหล่งแฟชั่นของบรรดาวัยรุ่นกันเลย

japan652

ค่ำแล้ว ผู้คนมากมายเหมือนเคย  เดินไปเรื่อยๆ จะเจอร้านเครปหลายร้านเลยค่ะ เห็นว่ามาเที่ยว Harajuku ต้องมาลองเครปไอติมที่นี่ ตอนที่เราไป เพิ่งกินข้าว อิ่มมาก เลยอดชิม (ไม่กล้ากินมาก กลัวท้องเสีย 55) ตลอดถนน Harajuku ร้านค้ามากมาย เสื้อผ้าวัยรุ่น กระเป๋า รองเท้า แนวๆ ทั้งนั้นเลย

japan653

japan654

japan655

japan656

japan657

เดินเพลินไปเรื่อยๆ ไปหยุดอยู่หน้าร้านนึง มีตู้จากาปองที่เป็นโดเรมอนและผองเพื่อน น่ารักมาก รีบล้วงกระเป๋าหาเหรียญมาหยอดกันเลยทีเดียว ตู้นี้ไม่แพงด้วยนะ ¥200 หมดไป ¥1000 ได้มายังไม่ครบเลย แต่เหรียญหมดแล้ว เสียดายอ่ะ มองหาตู้แลกเหรียญก็ไม่เจอ – -”

เดินเล่นไปเรื่อย เริ่มดึกแล้วค่ะ 3 ทุ่มกว่า กลับที่พักไปจัดกระเป๋า เตรียมไปฟุกุโอกะกันต่อ

 

ค่าใช้จ่าย

ค่า JR ไป-กลับ Narita ¥2280  (ใช้ JR RAIL PASS)
ขนมเซมเบ้ ¥150
Coke ¥160
Lotte choco mint  ¥130
ข้าวตู้กด ¥380

กาแฟร้านดองกี้ ¥108
รวม ¥928 = 282 บาท (ไม่รวมค่าที่พัก)

Use Facebook to Comment on this Post


  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube