เที่ยวญี่ปุ่น วันที่ 4 คาวากูจิโกะ-โตเกียว

วันที่ 4 (19 Sep 2014) คาวากูจิโกะ-โตเกียว

เช้าที่ Kawagochiko เราจองรอบรถ 8.45น. เพราะจะต้องไปขึ้นรถไฟเที่ยว 9.00 วันนี้ต้องไปถึงโตเกียวเร็วหน่อย เพราะเพื่อน 2 คนจะนั่งต่อไป Aomori ไกลมาก เกือบถึง Hokkido

ระหว่างทางนั่งรถของ Hostel มาที่สถานีรถไฟ เพื่อนชี้ให้ดู นั่น!! ฟู จิ โผล่หน้ามาแล้ว.. ถึงสถานีรถไฟ รีบเอากระเป๋าลง แล้วรีบถ่ายรูปกันใหญ่ ขอบคุณพระเจ้าที่เราได้เห็นฟูจิซังก่อนกลับ (เคยอ่านในหนังสือ เค้าบอกถ้าอยากเห็นฟูจิซัง ควรมาสัก 2-3 วัน เพราะไม่รู้ว่าจะโผล่มาให้เรา เห็นวันไหน)

วันที่ 9,10 Fukuoka – Bangkok (พร้อมสรุปค่าใช้จ่ายตลอดทั้งทริป)

8.57น. ถ้ายรูปกันเพลิน เรารีบไปซื้อตั๋วรถไฟเพราะรถไฟจะออกแล้ว แต่เพื่อนอีกคนยังไม่มา  พอมาถึงเลยเวลาไปจี๊ดเดียว เจ้าหน้าที่ก็ไม่ให้เราขึ้นแล้ว (รถไฟที่นี่เค้าตรงเวลามาก) สรุปว่าพวกเราเลยได้ชื่นชมฟูจิซังกันต่ออีก 40 นาที 555 เพื่อรอรถไฟเที่ยวถัดไป

 

japan341

japan344

japan342

japan343

japan346

ระหว่าง40 นาทีที่เรารอรถไฟ เดินถ่ายรูปฟูจิซังกันจนเมฆบัง ถ้าเราออกจากที่พักสายกว่านี้ คงไม่ได้เห็น มาไว ไปไวจัง

 

เดินทางจากสถานี Kawaguchiko มาสถานี Shinjuku ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชม. ที่สถานี Shinjuku เราแยกกันเที่ยวกับเพื่อนอีก 2 คน เนื่องจากชอบเที่ยวคนละแบบ เพื่อน 2 คนอยากไปเที่ยวธรรมชาติ แต่เรามาญี่ปุ่นครั้งแรก เราอยากอยู่โตเกียวสัก 2-3 วัน เพราะถ้าไปกับเพื่อนอีก 2 คน เราจะได้เที่ยวโตเกียวแค่ 1 วันอีกอย่างระยะทางไป Aomori ไกลด้วย  เรากลัวว่าจะนั่งรถไฟนานกว่าเที่ยว เลยตัดสินใจแยกมาหลงคนเดียวที่โตเกียวดีกว่า 555

 

ก่อนมา ตอนวางโปรแกรมเสนอกัน รู้ว่าอยากไปไม่เหมือนกัน เราตัดสินใจแยกเที่ยวกับเพื่อน เพราะคิดว่าเที่ยวด้วยกันแรกๆ 3 วันแล้ว เราคงนั่งรถไฟ ดูสถานีเป็นแล้วแหละ แต่พอก่อนไป 1 วัน เริ่มหวั่นๆ จากเสียงลือที่ฟังมาว่ารถไฟที่โตเกียวเยอะ ซับซ้อน แต่เอาว่ะ เราจะได้เที่ยวที่เราอยากเที่ยว มีปากก็ถามเค้าเอา เอารูปให้เค้าดู (อ่านในหนังสือมาว่า ให้เราเตรียมรูปที่เที่ยวมาด้วย ถ้าพูดไม่รู้เรื่องก็เอารูปให้เค้าดู)

 

อ้อ ใครคิดเดินทางไปเมืองอื่น แล้วยังไงก็กลับมาต่อรถที่นี่อีก แนะนำให้แยกกระเป๋า เอาของที่ไม่ใช้ ฝากล็อกเกอร์หยอดเหรียญที่สถานี ดีกว่าลากกระเป๋าหลายใบไป อย่างเพื่อนเราไป 2 วัน แล้วกลับมาโตเกียว เค้าก็เแยกกระเป๋าเอาใส่ล็อกเกอร์ไว้  แนะนำว่าอย่างกนะค่ะ เพราะการลากกระเป๋าหลายใบไปมา มันตัดกำลังในการเที่ยวมาก บางสถานีไม่มีบันไดเลื่อน ไม่มีลิฟท์ เล่นเอากล้ามขึ้นเหมือนกันนะ

 

 

 

หลังจากแยกกับเพื่อน เราก็จัดแจงไปที่ Hostel ตามแผนที่ ตื่นเต้นเหมือนกันแฮะ จะไปหลงคนเดียวแล้ววว ดีนะที่ Hostel ส่วนมากเค้าจะบอกรายละเอียดว่าให้เราออกทางออกไหน จากสถานี JR Asakusabachi เดินไป Anne Hostel ไม่ไกลมาก พอเดินได้

map-anne

Anne Hostel (www.j-hostel.com) ที่พักที่นี่ต้องขึ้นลิฟท์ไป Check in ที่ชั้น 4 ค่ะ  จะอยู่ชั้นเดียวกับครัวเลย   มีอาหารเช้าให้ฟรี (ไข่ต้ม ขนมปัง ชา กาแฟ)   ห้องพักมีทั้งแยก ญ-ช และห้องรวม ห้องน้ำที่นี่ค่อยยังชั่วหน่อย มีห้องอาบน้ำ 2 ห้อง ห้องส้วม 2 ห้อง สะอาดโอเคเลย

 

 

เก็บกระเป๋าเสร็จ ถึงเวลาออกไปเที่ยวคนเดียวแล้ววววว

วันนี้มาถึงบ่ายๆ แล้ว เลยวางแผนไป Sensoji Temple  เราหาข้อมูลในเว็บของ Hostel บอกว่าจากที่พักสามารถเดินไปได้ แต่พอเปิด google map ดู ประมาณ 2.2km เลยเลือกไปรถไฟดีกว่า จาก JR Asakusabashi เราต้องไปขึ้น Subway สาย Asakusa คราวนี้บัตร JR ใช้ไม่ได้แล้ว  จาก Asakusabashi to Asakusa ค่าตั๋ว ¥180   จากสถานี Asakusa เดินมาอีกนิดก็ถึงวัด Sensoji แล้ว วัดนี้เป็นวัดดังของโตเกียว

 

japan403

 

japan402

japan401

japan404

 

japan405

japan406

japan407

ก่อนที่เราจะเดินถึงวัด ก็มีซอยละลายทรัพย์ด้วย

japan408

japan409

japan410

japan411

japan412

japan413

japan414

japan415

japan416

japan417

ชอบร้านขายตะเกียบจัง สวยๆ ทั้งนั้นเลย

japan418

japan419

japan420

ขนม 3 กล่อง 1000 เยน คล้ายๆ บ้านเราเนอะ 3 กล่อง 100

japan421

japan422

ขนมเซมเบ้เต็มไปหมด

japan423

ร้านซาลาเปาทอดเจ้าดัง

japan436

japan437

มันที่ญี่ปุ่นหวานมาก

japan438

japan431

เดินมาสุดซอยก่อนถึงตัววัด ให้เลี้ยวขวา มีร้านเมล่อนปัง ที่เหล่ากูรู เค้าแนะนำกัน ต้องลองซะหน่อย

japan432

japan433

japan434

เราว่ารสชาติโอเค แต่ไม่ถึงกลับว่าถ้ามาอีกจะต้องมากินอีก

 

japan425

ด้านใน บริเวณ Sensoji Temple

 japan424

japan430

japan427

คนเยอะจริงๆ นี่ขนาดวันธรรมดานะนี่

japan430

japan428

japan429

japan435

 

ออกจากวัด Sensoji เดินเลี้ยวมาทางซ้ายมือ จะเห็น Tokyo Tower สามารถถ่ายวิวสวยๆ ได้ที่ริมแม่น้ำเลย

 

japan441

japan440

 

japan442

japan444

เราเดินต่อไปที่ Tokyo tower เดินเหนื่อยเหมือนกัน แต่อากาศดี เลยเดินไปเรื่อยๆ ตอนถึง Tokyo tower ฟ้ายังไม่มืด เลยเดินเที่ยวห้าง Solamachi รอฟ้ามืด แล้วเค้าจะเปิดไฟที่ Tokyo tower

 

japan446

ระหว่างทาง เจอคุณลุง 2 คน เดินคลีบขยะอยู่.. ถึงว่าบ้านเมืองเค้าถึงได้สะอาดมาก

 

japan445

 

japan447

ภายในห้าง Solamachi

japan461

japan462

japan464

japan463

japan465

japan466

ชอบร้านนี้ที่สุด อยากได้สักตัว 🙂

japan467

japan448

japan449

japan452

japan453

japan454

japan455

 

 

ไฟที่นี่จะเปิดตอน 18.00  ก่อนหน้านี้ จะมีคนมานั่งรอถ่ายรูป Tokyo tower ตอนเปิดไฟเต็มไปหมด

japan450

หากใครมีงบอีกหน่อย สามารถซื้อตั๋วเพื่อขึ้นไปชมวิวเมืองโตเกียวได้เลยค่ะ

japan451

สำหรับเรา ขอถ่ายภาพแค่ข้างล่างพอเนอะ

japan456

japan459

japan457

japan458

japan469

 

japan460

ลานหน้าห้าง มีที่นั่งสำหรับทานอาหาร จิบเบียร์ ชม Tokyo Tower  เพลินๆ

 

จาก Tokyo tower เราเดินกลับมาตรงแม่น้ำอีกที เพื่อไปถ่ายรูปยามค่ำคืน

japan475

japan470

japan471

japan474

japan473

japan472

 

 

japan476

japan477

japan478

แวะกลับมา Sensoji Temple ยามค่ำคืนซะหน่อย

 

เสร็จแล้วเลยเดินมาขึ้นรถไฟกลับที่พัก ระหว่างเดินหาทางเข้ารถไฟ Subway ซึ่งเราต้องไปสาย Asakusa เดินอยู่หลายรอบก็เห็นแต่สาย Ginza  หลงแล้วดินี่ ไม่ไหวละเมื่อย เลยไปถามทางเค้าเอา ..คนญี่ปุ่นที่เราเจอหลายคนใจดี พอเราถามทาง ถ้าเค้าตอบไม่ถูก เค้าจะเดินพาเราไปส่งเลย ใจดีสุดๆ (นึกถึงคนหลงทาง เหมือนมีอัศวินม้าขาวมาช่วย)

japan468

ร้านราเมงตู้กด ดูน่ากินมาก มองเข้าไปในร้าน คนเต็มเลย

ค่ำนี้เดินเล่นถ่ายรูปแม่น้ำจนดึก ร้านอาหารปิดกันเยอะแล้ว เลยได้แต่ฝากท้องไว้ที่ 7-11 แทน

กลับที่พักคืนนี้รีบอาบน้ำนอนดีกว่า เท้าร้อนมาก เดินเยอะมาก

 

 

ค่าใช้จ่าย

Anne Hostel ¥2590  (จองผ่าน booking.com)

Fujikyu Railway ¥1,140

Shinkansen Otsuki to Shinjuku ¥1320 (ใช้ JR RAIL PASS)
Coke ¥129
ไส้กรอก + ชาเย็น ¥262
ปังเมล่อน ¥200
subway ไป Sensoji Temple (ไป-กลับ) ¥360
รวม ¥2,091 = 637 บาท (ไม่รวมค่าที่พัก)

ปล. วันนี้ไม่ได้กินข้าวเป็นชิ้นเป็นอันเลย เดินเที่ยวเพลินจนร้านปิด เลยต้องเพิ่ง 7-11 แทน

Use Facebook to Comment on this Post


  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube