เที่ยวญี่ปุ่น วันที่ 2 เกียวโต – โอซาก้า

วันที่ 2 (17 Sep 2014) เกียวโต – โอซาก้า

ตื่นมาวันนี้อากาศดีมาก ใน app บอกประมาณ 21 องศา   วันนี้พวกเราวางแผนกันไว้หลายที่่เลย แต่หนึ่งในสถานที่ที่จะไป เราขอรีเควสเพื่อนร่วมทริปไว้เลย ขอไป Kinkakuji Temple หรือ วัดทอง นอกนั้นไปไหนก็ได้ ^____^  เหตุผลที่เราอยากไป Kinkakuji Temple (ชื่อคุ้นๆมั้ย) เพราะเป็นที่ที่เป็นฉากหลักในการ์ตูนเรื่อง อิคคิวซัง ..ต้องไปตามรอยการ์ตูนดังซะหน่อยมาถึงที่เกียวโตแล้ว ^ ^

เนื่องจากวันนี้เราตั้งใจเที่ยวในเมืองหลายที่ เลยซื้อ City bus kyoto 1 day pass กัน ราคา ¥500  ปกติถ้าเรานั่งรถ City bus เที่ยวนึงเริ่มต้นที่ ¥220  ถ้าไปหลายที่เราว่าซื้อ City bus kyoto 1 day pass คุ้มมาก เดินทาง 2 เที่ยวขึ้นไปก็คุ้มแล้ว

 

 

 

 

 

japan206
City bus kyoto 1 day pass  วิธีใช้ ขึ้นครั้งแรก เวลาลง (ด้านหน้ารถ) ให้เอาบัตรสอดไปในเครื่องข้างคนขับค่ะ เครื่องมันจะพิมพ์วันที่ที่เราใช้   ส่วนครั้งแต่ไป เวลาลงก็แค่ยื่นให้คนขับดูค่ะ
ก่อนลุยเช้านี้เติมพลังกันด้วย ราเมง ยืนกิน แถวที่พัก  เคยอ่านแต่ในหนังสือ ไม่คิดว่าจะได้เข้ามาร้านยืนกิน ถ้ามาคนเดียวคงไม่กล้ามาแน่ๆ เลย เพราะมีแต่คนทำงานเข้ามากินกัน เหมือนมากินอาหารเช้าก่อนไปทำงาน รีบกินรีบไป  พวกเรายืนกินกันจนคนมาทีหลังเค้ากินเสร็จกันไปหลายคนละ 55
japan201
japan204
japan203
ชามนี้ราคา ¥300  อร่อย ไม่แพงเลยอ่ะ  อาจเป็นเพราะไม่มีเนื้อสัตว์มั้ง ราคาเลยไม่แพง
japan205
ก่อนขึ้นรถแวะ Family Mart แวะซื้อน้ำดื่มหน่อย รสชาติอร่อย ไม่หวานมาก
กินเสร็จนั่ง City bus  สาย 12 จากหน้าที่พัก ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เราก็มาถึง Kinkakuji Temple ในไกด์บุ๊คบอกว่าใครมาเกียวโต ต้องมา Kinkakuji Temple ก็คงจะจริงนะ เพราะระหว่างที่เราเดินชม ถ่ายรูปกัน นักท่องเที่ยว กลุ่มนักเรียน ทยอยกันข้ามาเรื่อยๆเลย แย่งมุมถ่ายรูปกันไปมา
japan207
กดปุ่มตรงป้ายที่จะลง มีติดอยู่ตามทุกที่นั่ง   รถบัสที่นี่ไม่ต้องห่วงว่าจะลงไม่ทันป้ายนะคะ  พนักงานขับรถเค้าจะดูว่าทุกคนขึ้น-ลง เรียบร้อยแล้วถึงจะออกรถค่ะ
japan208
นึกว่าถึงวัดแล้ว เห็นชื่อป้ายเป็นชื่อวัด  จริงๆมีป้ายที่ลงหน้าวัดเลย เลยป้ายนี้ไป 2 ป้าย  พวกเราเลยถือโอกาสได้เดินเล่นตามทางไปด้วยเลย
japan209
japan210
ระหว่างทางแวะถ่ายรูปหน่อย
japan211
ร้านขายของที่ระลึก ตรงหัวมุมก่อนเดินไปวัดทอง
japan212
japan217
japan213
japan214
japan218
ถึงแล้วทางเข้า Kinkakuji Temple
japan219
japan220
japan221
japan222
ที่ Kinkakuji Temple มีค่าเข้าชม ¥400
japan223
หน้าตาตั๋วเข้า Kinkakuji Temple
japan224
ที่นี่ ห้ามใช้ขาตั้งกล้องค่ะ  อาจเป็นเพราะคนเข้าชมเยอะ จะเกะกะคนอื่น
..อย่างนึง คนญี่ปุ่นกับนักท่องเที่ยวที่นี่ มารยาทดีมา ถ้าใครถ่าบรูปอยู่ เค้าจะหยุด ไม่เดินตัดหน้าเลย คงมีแต่ทัวร์จีนอ่ะที่เราเจอเอง ยืนถ่ายรูปอยู่ก็เข้ามาเบียดเลยอ่ะ  จุดถ่ายรูป ชมวิวหลักๆ ก็จะเป็นในส่วนของตัววัด ส่วนอื่นๆ ก็จะเป็นชมสวนตามทางเดิน เลือกซื้อของที่ระลึก ไหว้พระขอพร  พวกเราใช้เวลาที่นี่กันพอสมควร เพราะกว่าจะเจอจังหวะคนว่างๆ ให้ได้ถ่ายรูปก็รอกันสักพักเลย
japan225
japan228
japan227
japan226
japan230
japan229
japan232
japan231
japan233
ที่ Kinkakuji Temple มีต้นไม้เยอะมาก  ถ้ามาฤดูใบไม้เปลี่ยนสีต้องสวยมากแน่ๆ

 

japan234
japan243
japan238
ใครหิวก็ไม่ต้องห่วงค่ะ มีร้านอาหารให้เลือกซื้อเลือกชิม
japan235
มีที่สำหรับนั่งพักทานอาหารด้วย
japan236
ไหว้พระ ขอพร
japan237
japan242
japan239
japan241
japan240
japan244
ตู้เสี่่ยงเซียมซี
ก่อนกลับ ตรงทางเดินเราแอบเห็นตู้ไอติม กูลิโกะ พลาดได้ไง เลยต้องลองสักหน่อย
japan215
japan216
ไอติมกูลิโกะ ¥130
จาก Kinkakuji Temple เราไปต่อกันที่ป่าไผ่ Saga เห็นรูปในอินเตอร์แล้วสวย อยากไปดูเลย จาก Kinkakuji Temple เรานั่ง City bus มาตั้งหลักที่ Kyoto station เพื่อมานั่งรถไฟ JR ไปที่สถานี Saga-Arajima จากสถานีเดินไปประมาณ 15 นาที ก็จะได้ชื่นชมป่าไผ่กันเต็มๆ

japan246

มาตั้งหลักกันที่ Kyoto Station

japan283

japan247

หน้าสถานี JR Saga-Arajima

japan248

ระหว่างทางเดินไปป่าไผ่ Saga

japan250

มีบริการรถลากด้วย

japan282

หรือใครชอบปั่นจักรยาน ก็มีจักรยานให้เช่า

japan259

japan258

japan257

japan256

japan253

japan252

japan254

japan255

japan251
ที่นี่ร่มรื่นมาก อาจเป็นเพราะวันนี้แดดไม่แรงด้วย   เดินชม ถ่ายรูปกันเพลิน
เสร็จจากป่าไผ่ Saga เราตั้งใจกันว่าจะไปดูพระอาทิตย์ตกันที่ Hiroshima แต่ดูเวลา 4 โมงเย็นกว่าๆ แล้ว การเดินทางไป Hirishima จาก Kyoto ใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมงครึ่ง ไม่ทันแน่ละ ไปถึงได้ดูพระอาทิตย์จมน้ำแน่ เลยเปลี่ยนแผนไปดูเสาโทริอิที่ Fushimi inari shrine แทน
จากป่าไผ่ Saga เราเดินกลับมาที่สถานี JR Saga-Arajima นั่งไปสถานี JR Inari     ระหว่างทางมีเรื่องตื่นเต้นนิดหน่อย เนื่องจากเราลงสถานีผิดกัน(ดูป้ายผิด) คือลงก่อน 1 สถานี เลยต้องนั่งรอรถไฟขบวนต่อไป  ระหว่างรอน้องที่ไปด้วยก็เอากระเป๋ามาฝากเราวางข้างๆเก้าอี้  พอรถไฟมา ทุกคนขึ้นรถไฟ ผ่านไป 1 สถานี กำลังจะลงไปเที่ยว Fushimi inari shrine น้องถามเรา กระเป๋า!! เออ…ลืม!!! รีบลง แล้ววิ่งกลับไปอีกฝั่งเพื่อรอรถไฟนั่งกลับไปที่สถานีนั้น  ระหว่างรอก็ช่วยกันปลอบน้องว่า ที่ญี่ปุ่น ลืมของ ของไม่หายหรอก ..ประโยคบอกเล่าแค่นี้คงไม่เพียงพอสินะ เพราะน้องเริ่มหน้าซีดๆแล้ว ทุกอย่าง เงิน, passport, JR RAIL PASS, บัตรต่างๆ อยู่ในนั้นหมด  พอถึงสถานีรีบมองกันที่เก้าอี้ก่อนเลย เฮ้อ..โล่งอก .. คนญี่ปุ่นนี่เค้าเจ๋งจริงๆ ได้กระเป๋าแล้ว นั่งรอรถไฟกันต่อ ดีนะที่รถไฟที่นี่เค้าออกถี่ แต่ถ้าเรานั่งรถไฟ ให้ดูข้างรถด้วยนะค่ะ ว่าเป็นแบบ local หรือ repaid เพราะถ้าเป็นรถด่วน รถเร็ว มันไม่ได้จอดทุกสถานี ฉะนั้นถ้าเราหลง 1 สถานีเอาชัวร์ ให้ไปแบบ local ปลอดภัยสุด ^____^
สรุปว่ากว่าเราจะมาถึง Fushimi inari shrine ก็ปาเข้าไปเกือบ 6 โมงเย็นแล้ว  อยากบอกว่าจะมืดแล้วนั่นเอง ถามว่าจะมาถ่ายรูปเสาโทริอิสีแดงที่ตั้งเรียงรายกันเห็นมั้ย 555
japan260
japan261
japan262
รูปปั้นสุนัขจิ้งจองคาบกุญแจโบราณ บางคนเรียกที่นี่ว่า “ศาลเจ้าแห่งจิ้งจอก”
japan263
japan265
japan264
Fushimi Inari Taisha 伏見稲荷大社 เสาโทริอิสีแดงตั้งเรียงรายกันนับพันต้น
japan266

japan267

 

japan268
japan269
japan270
japan271
japan272
ที่ Fushimi inari shrine เราใช้เวลาไม่มาก เนื่องจากมืดแล้ว ถ่ายอะไรก็ไม่ค่อยเห็น เลยนั่งรถไฟกลับไป Kyoto Station เพื่อไปจุดหมายสุดท้ายของวันนี้ O S A K A จาก Kyoto Station  เราไปจองตั๋ว Shinkansen กัน แต่รอบที่จะถึงรออีก 20 นาที เลยตัดสินใจไปรถไฟด่วนกัน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 35 นาที มีข้อดีตรงที่ สามารถนั่งไปถึงสถานี Osaka ได้เลย ถ้าเรานั่ง Shinkansenไป เราต้องไปต่อรถไฟที่สถานี Shin- Osaka อีก
การเดินทาง Kyoto Station –> Osaka –>  (ต่อ JR Osaka loop line )–>Imamiya –>(เดินเชื่อมไป JR Numba) –> (เดินไป) –> ย่านโดทงโบริ
ที่สถานี Osaka ระหว่างยืนงมๆหาทางไปขึ้น JR Osaka loop line อยู่ ก็มีหนุ่มญี่ปุ่นเดินมาถามเรา ว่าจะให้ช่วยอะไรมั้ย  พวกเราบอกความต้องการเสร็จ เค้าก็พาเราไปขึ้นรถไฟเพื่อไปต่อ JR Osaka loop line บอกเราเสร็จสรรพว่าให้ลงสถานีนี้ เดินไปทางนี้ เขียนใส่กระดาษให้เลย ใจดีมากๆ(ถามว่าเข้าใจที่เค้าเขียนม่ะ 555)  แต่ถึงคนท้องที่แนะนำเองเราก็อดสงสัยไม่ได้ เพราะดูจากแผนที่มันน่าจะไม่ใช่สถานีที่เค้าบอกให้เราลง แต่เอาละลงก็ลง เดินๆ งงๆ เลยไปถามเจ้าหน้าที่ เค้าบอกให้เรานั่งกลับไป 1 สถานี คือสถานีที่เราสงสัยนั่นแหละว่าน่าจะ ลงสถานีนี้ แต่เนื่องจากเวลานี้ จะ 3 ทุ่มแล้ว พวกเราเลยตัดสินใจอาศัย Taxi กัน เพราะถึงเราไปที่สถานีนั้น เราก็ต้องเดินไปที่ย่านโดทงโบริอีก (เจ้าหน้าที่บอกเราว่าใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที) จากสถานี Tennoji (ก่อนสถานีที่เราต้องลง 1 สถานี) นั่ง taxi มาย่านโดทงโบริ  ¥980  (Taxi ที่เมืองนี้ เริ่มต้นที่ ¥680 แพงเหมืนกันนะนี่)
japan284
เจ้าหน้าที่ที่สถานี Tennoji พยายามบอกทางพวกเรา น่ารักมาก
ถึงแล้ว!! ย่านโดทงโบริ
japan273
japan277
japan276
japan278
ถึงย่านโดทงโบริ รีบมองหาร้านอาหารกันเลย เพราะเรากินข้าวมามื้อเดียวตอนเช้า (ราเมง ยืนกิน)   เย็นนี้ได้ลอง เนื้อกระทะร้อน อร่อยดี ตอนมาเสิร์ฟหอมมาก เนื้อไม่เหนียว ลืมดูในเมนูว่าเค้าใช้เนื้อวัวอะไร ราคา ¥824 yen ถือว่าโอเคนะ
japan280
กินมื้อค่ำเสร็จ 4 ทุ่ม ต้องรีบเดิน ภาระกิจแรกคือไปถ่ายรูปที่ป้ายกูลิโกะ
japan274
japan275
ก่อนเดินไปถึงป้ายกูลิโกะ แวะซื้อทาโกะยากิ ชิมกันหน่อย เพราะที่โอซาก้า ทาโกะยากิ นี่ขึ้นชื่อมาก…
japan279
ช่วงที่เรามา เค้าเปลี่ยนป้ายเป็นอันนี้ชั่วคราว หลังจากที่เอาป้ายในตำนานไปซ่อม..ถือว่าพวกเราโชคดีใช่ม่ะ ที่ได้ถ่ายกับป้ายชั่วคราว เพราะเดี๋ยวพอป้ายเก่าซ่อมเสร็จก็จะไม่มีใครได้ถ่ายกับป้ายนี้แล้วเนอะ ถือว่าเป็น Limited เนอะ (ปลอบใจตัวเองไป)ภาพป้ายกูลิโกะ

ถ่ายรูปเสร็จก็เป็นอันต้องหา ทางกลับแล้ว เนื่องจากเราถามที่สถานี JR มาว่ารถไฟเที่ยวสุดท้ายจาก Osaka ไป Kyoto หมดตอน 23.58 น.  นี่ 22.40 น. แล้ว รีบเลยดิ กลับไปสถานียังไง ยังไม่รู้เลย พวเราเลยไปถามคนที่เดินๆอยู่ดู แล้วก็มีพี่ผู้หญิงคนนึง เดินพาเรามาส่งถึงสถานีเลย ใจดีสุดๆ

ถึงสถานี JR Osaka loop line ขึ้นไปลงที่สถานี Osaka เพื่อรอรถเที่ยวสุดท้ายกลับ Kyoto ..ถ้าพลาดเที่ยวนี้หละก็ ได้หาที่นอนใหม่แน่ – -”  รถไฟเที่ยวสุดท้ายนี่เป็นแบบ Local ซะด้วยนั่นคือจอดทุกสถานี

เวลาตี 1 กว่าเราก็มาถึง Kyoto Station นั่ง Taxi กลับมาที่พัก เพราะรถบัส รถไฟ หมดแล้ว T T  ท้ายสุด วันนี้ออกจากที่พักกันเกือบ 9 โมง กลับมาอีกทีตี1.20 น. …เอาซะคุ้มเลยวันนี้ รีบอาบน้ำนอน พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า

 

 

ค่าใช้จ่าย
ค่าที่พัก Khaosan Kyoto 800 บาท ( ¥2700 เพื่อนจองจาก Agoda ตัดบัตรเครดิต)
City bus 1 day pass ¥500
Ramen ¥300
ชาเย็น  ¥108
ค่าเข้าวัดทอง ¥400
ของที่ระลึก ¥300
ไอติมกูลิโกะ ¥130
Coke ¥160
ค่ารถไฟ Kyoto Station to JR Saga-Arajima  / JR Saga-Arajiman to  JR Inari / Kyoto Station to Osaka (ใช้ JR RAIL PASS)
Taxi ไป numba + ที่พัก ¥600 /คน
ค่าข้าวเย็น เนื้อกระทะ ¥900

รวม ¥3398 = 1035 บาท (ไม่รวมที่พัก)

Use Facebook to Comment on this Post


  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube