หนาวนี้หนีไปกอดแกะ..@สวนผึ้ง

“ใกล้ๆ ปีใหม่ เราไปถ่ายไฟต้นคริตสมาสกันมั้ย”  เพื่อนคนนึงถาม  …..ไอ้เราก็รีบตอบ  “เออ ไปดิ ไปถ่ายที่สวนผึ้งม่ะ”

จากความตั้งใจว่าจะไปแค่ในกรุงเทพฯของเพื่อน  กลายเป็นไปถ่ายไฟที่สวนผึ้งซะงั้น แต่ก็ไม่มีใครคัดค้านสักคน

 

จะว่าไปแล้ว ปีนี้ทั้งปี ได้ไปเที่ยวน้อยมาก ทริปสวนผึ้งปลายปี เลยทำให้ตื่นเต้นไม่น้อย      พวกเราออกเดินทางกันเที่ยงวันเสาร์ (เนื่องจากบางคนติดทำงานครึ่งวัน)  เิดินทางเรื่อยๆ ไม่รีบมาก ไปถึง สวนผึ้งใช้เวลาประมาณเกือบ 3 ชม.เ็ห็นจะได้ เนื่องจากไม่คุ้นทาง ต้องพึ่ง Maps ของ iPhone ตลอดทาง หลงบ้างไรบ้าง  ก่อนจะเข้าตัว อ.สวนผึ้ง จะเห็นป้ายใหญ่ๆ ตรงหน้า รพ.สวนผึ้ง  (แสดงว่ามาถูกทาง)

 

 

 

ขับรถเข้าสวนผึ้ง ได้บรรยากาศมาก สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านกาแฟ ร้านอาหาร ตกแต่งสวยงาม ชวนให้ลงไปถ่ายรูปเก็บไว้ทั้งนั้น  หลังจากแวะถ่ายรูปตามทางเสร็จ เก็บของเข้าที่พัก   เป้าหมายต่อไปคือ “ซินเนอรี่ วินเทจฟาร์ม” ตั้้งใจกันว่าจะไปเที่ยวงาน Candle กัน ระหว่างทางเจอรีสอร์ทนึง สวยสะดุดตา รีบเลี้ยวรถเข้าไปทีเีดียว

 

 

 

 

ถ่ายรูปกันเพลิน ไม่ได้อุดหนุนกาแฟเค้าสักแก้ว  555

ที่ Billsino นี่มีบริการที่พัก ร้านกาแฟ ขนม และให้อาหารแกะ (ให้อาหารแกะจะเป็นช่วงกลางวัน)

เสร็จจากที่นี่ประมาณ 2 ทุ่ม อยู่จนเค้าปิดไฟร้านกาแฟกันเลยทีเดียว  จาก Billsino ขับรถไปเรื่อยๆ คราวนี้จะมุ่งหน้าไป  ซินเนอรี่ วินเทจฟาร์ม จริง ๆ แล้ว (หลังจากเถลไถล่มาจนมืด)  ขับรถมาเรื่อย ๆ พยามมองป้ายบอกทาง เอ… ยิ่งขับ ทำไมทางยิ่งมืด แล้วไม่ค่อยมีรถวิ่งเท่าไหร่เลย  เอาหละสิ เลยมาแน่แล้ว  เพราะไม่เห็นป้ายบอกทางไป ซินเนอรี่ รีสอร์ท เลย  สองทุ่มกว่าแล้ว ทางเปลี่วมาก ๆ ไฟข้างทางก็ไม่มี  …รีบกลับรถอ อกมาดีกว่า  ขับมาเรื่อย ๆ พยามช่วยกันมองทางเข้า ไม่เห็นป้ายสักที เลยแวะถามข้างทาง…สรุปว่าขับเลยมาแล้ว (ขับเลยทางเข้ามา 2 รอบแล้วนะนี่  ป้ายมันไม่มี ไม่ชัด หรือพวกเราตาไม่ดีหว่า)  เข้ามาในซอยที่เค้าบอกมาเรื่อย ๆ เจอแล้ว ” ซินเนอรี่ วินเทจฟาร์ม” มันใหญ่มาก   (สำหรับที่จอดรถ ถ้าไปช้าที่จอดของรีสอร์ทจะเต็ม เราต้องไปจอดที่ฝากรถอีกฝั่งนึง ค่าจอด 40 บาทคะ จอดนานเท่าไหร่ก็ได้)

 

 

แต่ก่อนเข้างาน ขอหาอะไรกินกันก่อนเหอะ เพราะมื้อสุดท้ายที่กินนี่ประมาณเที่ยง  นี่ก็สองทุ่มแล้ว …ข้าง ๆ รีสอร์ทจะมีร้านอาหารตามสั่ง “ลุงชัย ไก่หมักเบียร์”  ที่นี่อาหารไม่แพง ราดข้าว 40 บาท ไก่ครึ่งตัว 100 บาท   (อยากบอกว่าไก่ที่นี่เนื้อนุ่มม๊ากกก อร่อยอ่ะ) กินข้าวไป ฟังเพลงไป (เสียงเพลงมาจากในงาน candle นี่แหละ)

 

 

 

 

หลังจากอิ่มได้ที่ ก็เดินไปที่จัดงาน พวกเรากะว่าจะไปดูๆ หน้างานก่อน ว่ามันมีอะไรบ้าง  มองๆ เข้าไปเห็นบรรดาบูธขายอาหาร เครื่องดื่ม ซุ้มเกม เวทีร้องเพลง ที่นั่งสำหรับทานอาหาร ฟังเพลง บรรยากาศประดับด้วยการจุดเทียนตามจุดต่างๆ   สำรวจเสร็จ หันมาปรึกษากันว่าจะซื้อตั๋วเข้าไปมั้ย

อาหารกินมาแล้ว

เบียร์ไม่ดื่ม

นักร้องบนเวที เป็นนักร้องตามร้านอาหารธรรมดา (ทีแรกนึกว่าจะมีศิลปินมาร้องบ้าง)

สถานที่ประดับด้วยเทียนสวยงาม แต่ลืมเอาขาตั้งกล้องมา ถ่ายรูปตอนกลางคืนยากมาก

งานจัดถึงประมาณเที่ยงคืน  ขณะนี้เวลา สามทุ่มกว่าแล้ว

เลยได้ข้อสรุปว่ากลับดีกว่า

เอาความรู้สึกของพวกเราจริงๆ นะ  ค่าบัตร 400 บาทถือว่าแพงมากอ่ะ   ถ้า 400 บาท มีบัตรอาหารให้สัก 200 บาท แล้วมีศิลปินไฮไลท์สักคืนละ 1 คน จะโอเคกว่า  (โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ..นี่เป็นความรู้สึกส่วนตัวคะ)

 

เช้าวันรุ่งขึ้น เรารีบตื่นกันแต่เช้า ล้อหมุน หกโมงครึ่ง  แผนวันนี้ แวะถ่ายรูปตามรีสอร์ท หากาแฟอร่อย ๆ กิน  และไป ซินเนอรี่ วินเทจฟาร์มอีกครั้ง!!

 

 

 

ระหว่างทางเจอ swiss valley     แวะถ่ายรูปกันซะหน่อย  สวยมาก เหมือนอยู่สวิชจริง ๆ เลย (เอ่อ  ยังไม่เคยไปสวิชนี่หว่าเรา พูดไปได้)  ที่รีสอร์ทนี้ พวกเราได้แต่ถ่ายรูปจากด้านหน้า  เพราะเค้าไม่ให้เข้าไปในตัวรีสอร์ท  ว่าไปก็ดีแล้วที่เค้าห้าม นึกถึงว่าถ้าเรามาพักที่นี่ ยอมจ่ายราคาแพง ๆ แล้วมีคนอื่นมาถ่ายรูป วุ่นวายไปหมด ก็คงไม่ปลื้มเหมือนกันนะ   แวะถ่ายรูปกันสักพัก ก็มุ่งหน้าไป  ซินเนอรี่ วินเทจฟาร์ม ที่นี่เปิด 8.30 น. กะว่าถ้าไปเร็วจะได้มีที่จอดรถของรีสอร์ท ไม่ต้องไปเสียเงิน 40 บาท  มาถึงรีสอร์ทคนยังไม่เยอะ ด้านหน้ามีที่ให้ถ่ายรูปรอเวลาเปิด  แดดที่นี่ออกเร็วมาก 8โมงแดดจ้าเลย   ก่อนเข้ารีสอร์ทขอแวะกินอาหารเช้ากันซะหน่อย  …ร้านเิดิมคะ เพราะติดใจไก่หมักเบียร์  🙂

 

เราอิ่มแล้ว ไปเลี้ยงแกะกันดีกว่า

 

 

 

 

ค่าเข้า  ซินเนอรี่ วินเทจฟาร์ม  คนละ 40 บาท  เอาหางบัตรไปแลกหญ้าให้แกะได้ 1 กำ หรือจะเอาไปใ้ช้เป็นส่วนลดเล่นเกมตามซุ้มได้ 10 บาท  เดินผ่านประตูเข้าไปใน ซินเนอรี่  โหหหห  มีที่ให้ถ่ายรูปมากมาย  ตอนเช้านี่คนยังไม่ค่อยเยอะ รอถ่ายรูปกันไม่นาน

 

 

 

 

 

 

ภายในฟาร์มจะมีบูธเกมต่างๆ

 

เดินไปเรื่อยๆ ก็จะถึงฟาร์มแกะ  ฟาร์แกะ นี่เปิด 10.00 น. คนให้อาหารแกะเยอะมาก  กลัวแกะจะท้องแตกตายนะนี่   ว่าไป แกะที่นี่เลือกกินอ่ะ มันจะกินแต่ตรงยอดๆ หญ้า พอตรงกลางๆ ต้นหญ้า มันก็ไม่กินแล้วอ่ะ  แบบว่าชั้นเลือกได้

 

 

ใครอยากดูบรรยากาศมุมสูงก็ขึ้นไปชมวิวบนชิงช้าสวรรค์ได้

 

หรือใครกลัวความสูง ขี้เกียจเดิน เค้าก็มีบริการรถลาก พาเที่ยวรอบๆ  (บริการ 2 อันนี้ ต้องซื้อคูปอง)

 

หลังจากให้อาหารแกะเสร็จ  ที่นี่เค้ามีที่ให้เราล้างมือ ล้างรองเท้า (เพราะเดินเหยียบขี้แกะกันมา)  อีกอย่างอยากชมว่าห้องน้ำที่นี่สะอาดดีคะ มีพนักงานคอยถูห้องน้ำตลอดเลย

 

 

ล้างมือล้างเท้า เข้าห้องน้ำกันเรียบร้อย   ก็แวะมาซื้อไอศครีมนมวัวกินกันได้

 

 

 

ก่อนกลับแวะเลือกซื้อของที่ระลึกกัน

11 โมงแล้ว ออกเดินทางต่อ next station บ้านหอมเทียน  ขับรถมาถึง รถจอดเยอะมาก มีทั้งรถส่วนตัว รถทัวร์  เรียกได้ว่าทุกคนที่มาสวนผึ้งต้องแวะ   “บ้านหอมเทียน” เป็นร้านขายของที่ระลึกมากมาย

 

 

ทางเข้าด้านบน เสียค่าเข้า 30 บาท แล้วเอาคูปองไปรับของที่ระลึกได้คะ  เป็นเทียนหอมในแก้วใบเล็ก ๆ

 

 

เดินไปเดินมา เจอร้านเสื้อนี้ ถูกใจมาก เค้าเพ้นท์กันสด ๆ  เพื่อนร่วมทริปเลยได้ของขวัญปีใหม่ไปฝากที่ออฟฟิศ 7 ตัว    แถมเจ้าของร้านใจดี เพ้นท์เสื้อที่ใส่ไปให้ฟรี 🙂

 

บ่ายสองแล้ว ต้องอำลา สวนผึ้งแล้วคะ เพราะวางแผนไปกินอาหารทะเลกันที่แม่กลองต่อ…ระหว่างทางก่อนถึงแม่กลอง  แวะชมโบสถ์คริสต์อาสนวิหารแม่พระบังเกิดกันก่อน ……. โบสถ์ที่นี่สร้างมา 115 ปีแล้วคะ เรียกว่าเป็นโบสถ์ที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของประเทศไทย  สามารถเข้าชมได้ด้านในด้าน แต่ต้องแต่งกายสุภาพนะคะ

 

 

หิว หิว ไปลุยกันที่ครัวน้ำทิพย์ริมคลองกันดีกว่า…

ครัวน้ำทิพย์ริมคลอง อยู่ใน อ.แม่กลอง  ที่นี่อาหารสดมาก อร่อย ราคาไม่แพงคะ ก่อนหน้านี้ได้มีโอกาศมาแล้วครั้งนึง ติดใจกุ้งอบเกลือตัวใหญ่ ๆ วันนี้เลยต้องขอแวะมาเยี่ยมอีกสักครั้ง…

 

เจ้านี่แหละ ทำให้ติดใจ กลับมาอีก

 

ปลากระพงทอด

ปลาหมึกนึงมะนาว

ยำทะเล

 

 หมึกแดดเดียวทอด

 

 

 ตบท้ายด้วยของหวาน  … สละลอยแก้วอร่อยมว๊ากกกก

 

ทริปนี้สนุกและอิ่มมาก ขอบคุณเพื่อนๆ ร่วมทริปทุกคนคะ  ^____^

 

Use Facebook to Comment on this Post


  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube