เพชรบุรี

เพชรบุรีได้ชื่อว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายแง่มุมมอง พี่หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์ นักจัดรายการวิทยุด้านการท่องเที่ยวชื่อดัง จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงขออาสาพาไปเที่ยวเมืองเพชรบุรีกันอย่างจุใจ ได้ทั้งสาระความรู้เรื่องเล่าสนุกสนานเหมือนเช่นเคย

  เพชรบุรีเป็นเมืองที่ได้รับการพูดถึงในแง่ประวัติศาสตร์ พี่หนุ่มมีเกร็ดความรู้มาเล่าบ้างไหม?
“แม่น้ำเพชรบุรีเป็นแม่น้ำซึ่งมีความน่าสนใจมาก เพราะคนเพชรบุรีเขาถือว่าเป็นแม่น้ำสะอาดบริสุทธิ์เพราะมีต้นกำเนิดมาจากผืนป่าเขาพะเนินทุ่งที่แก่งกระจาน เขาจึงใช้น้ำจากแม่น้ำสายนี้มาประกอบพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา โดยตักน้ำมาจากหน้าวัดท่าไชยศิริ ปัจจุบันอยู่ติดถนนเพชรเกษม นอกจากนี้ยังนำน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรีไปเป็นน้ำเสวยในพระบรมราชวังด้วย”

สายน้ำเพชรบุรีซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากป่าแก่งกระจาน

ในตัวเมืองเพชรมีพระพุทธรูปหกนิ้ว (พระบาทขวาขององค์พระมี 6 นิ้ว) ความเป็นมาเป็นอย่างไรครับ?
“ต้องย้อนกลับไปปี พ.ศ.2517  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์พระบรมราชินีนาถเสด็จพร้อมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพื่อเยี่ยมราษฎร กระทั่งมาถึงวัดใหญ่สุวรรณาราม ก่อนเสด็จจะมีข้าราชบริพารมาเตรียมความพร้อมในการรับเสด็จพระราชดำเนิน เมื่อรองราชเลขาฯ มารับเสด็จ

สมเด็จพระเทพฯ ทรงตรัสถามว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร รองราชเลขาฯ กราบบังคมทูลว่าเรียบร้อยดีเพียงแต่เมื่อครู่ที่เดินออกมาจากพระอุโบสถพบพระภิกษุสูงอายุรูปหนึ่งมีน้วเท้าหกนิ้ว  ท่านเจ้าอาวาสก็บอกรองราชเลขาฯ ว่าในวัดมีแต่พระหนุ่มๆ ไม่มีพระแก่ ขณะที่กำลังถกเถึยงกัน

สมเด็จพระนางเจ้าฯ ก็ทอพระเนตรเห็นพระพุทธรูปหลังพระอุโบสถ พระองค์ทรงชี้ว่านี่ไงพระพุทธรูปหกนิ้ว นี่คือความเป็นมาในการค้นพบ พระพุทธรูปองค์นี้มาได้อย่างไรไม่มีใครทราบเพราะเพชรบุรีมีวัดร้างเยอะ ทางวัดเมื่อพบก็นำมาประดิษฐานโดยไม่ได้สนใจนัก  สันนิษฐานว่าคนสร้างอาจไม่ได้สังเกตว่าสร้างนิ้วเกิน หรือไม่ก็เพราะคนสร้างเองอาจมีหกนิ้วจึงสร้างพระออกมาเช่นนี้”

 

 

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนพูดถึงเพชรบุรีคือโครงการพระราชดำริแหลมผักเบี้ย?

“ต้องพูดถึงแม่น้ำเพชรบุรีอีกครั้งเพราะโครงการนี้เกิดจากแม่น้ำเพชรบุรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้ต่อน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรีส่วนที่เน่าเสียไปยงแหลมผักเบี้ยเพื่อใช้ธรรมชาติบำดธรรมชาติ ที่นี่มีบ่อน้ำทั้งหมด 4 บ่อ บ่อที่หนึ่งคือน้ำเน่าเสีย เขาปล่อยให้น้ำนิ่งอยู่ในบ่อแล้วใช้แดดเผาประมาณ 45 วัน พอตะกอนเริ่มตกน้ำจะเริ่มไหนไปอีกบ่อ จนกระทั่งถึงบ่อที่สี่ก็จะกลายเป็นน้ำสะอาด ปลาที่เลี้ยงไว้ในบ่อก็เติบโตได้ดีจึงมีนกมาทำรังหากินกลายเป็นจุดูนก สำหรับตะกอนซึ่งตกลงใต้บ่อเมื่อมีการล้างบ่อก็นเอามาถมที่ปลูกต้นไม้เจริญเติบโย แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เน่าเสียนั้นกลับกลายมาเป็นปุ๋ยอย่างดี”

แหลมผักเบี้ยคือจุดดูนกขึ้นชื่อ

 

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่สุดของเพชรบุรีคงต้องยกให้หาดชะอำ..

“การท่องเที่ยวอีกรูปแบบของหาดชะอำคือการเลือกซื้อเลือกกินอาหารทะเลที่สะพานปลา บริเวณนี้มีชุมชนบ้านคลองเทียนซึ่งเขามีสะพานเล็กๆ เรียกว่าสะพานปูชัก เมื่อเรือจับปูม้ามาก็จะใส่ตาข่ายผูกเชือกแล้วห้อยกับสะพานแช่น้ำทะเลไว้ เวลานักท่องเที่ยวมาเที่ยวเขาก็สาวปูขึ้นมาตกลงราคากันตรงนั้น มีบริการนึ่งฟรีให้ด้วย คุณจะได้กินปูม้าสดๆ แบบเอร็ดอร่อยแน่นอน นี่คงเป็นการเที่วชะอำที่หลายคนอาจไม่รู้”

สะพานปูชัก ที่ทำให้ชะอำมีมากกว่าแค่หาดทรายสวยๆ

 

 

ข้ามฝั่งไปยังแก่งกระจาน มีความน่าสนใจมากน้อยขนาดไหนครับ?
“เที่ยวแก่งกระจานมีหลายรูปแบบ ถ้าหากคุณมาแบบวัยรุ่นก่อนถึงทางเข้าอุทยานฯ จะคึกคักมากเพราะมีรีสอร์ทเปิดไฟร้องเพลงคาราโอเกะสนุกสนาน ส่วนที่สองคือเข้าไปตรงเขื่อนแก่งกระจานจะมีกิจกรรล่องแก่ง อีกจุดหนึ่งคือบริเวณอ่างเก็บน้ำที่มีจุดพักแรมสามารถล่องเรือเที่ยวตามเกาะแก่งต่างๆ สำหรับบนแก่งกระจานหรือเขาพะเนินทุ่งจะต้องติดต่อให้เจ้าหน้าที่นำรถพาขึ้นไปเพราะทางลำบาก แต่หากขับรถยนต์ส่วนตัวไปเองคุณอาจขึ้นได้สัก 8 กิโลเมตร บริเวณนั้นมีผีเสื้อเยอะมาก โดยเฉพาะในช่วงเช้า   นอกจากนี้ก่อนเข้าแก่งกระจานบริเวณบ้านหนองจอกจะมีทางเลี้ยวขวาแล้ววิ่งตามถนน 16 กิโลเมตร มีที่พักน่าสนใจชื่อบ้านอิงน้ำกับบ้านน้ำทรัพย์ ที่นี่มีกิจกรรตกปลา คุณสามารถกางเต็นท์หรือพักแรมแบบชาวบ้าน เด็กๆ ก็เล่นน้ำได้ เมื่อตกปลาได้ก็นำมาปรุงอาหารกินกัน นับเป็นอรรถรสในการท่องเที่ยวอีกอย่างหนึ่ง”

 

กิจกรรมล่องแก่งล่องเรือยางเป็นอีกความสนุกของการมาเที่ยวแก่งกระจาน

ถ้าจะไปเที่ยวโครงการพระราชดำริชั่งหัวมัน จะไปได้อย่างไรครับ?

“จากแก่งกระจานจะมีเส้นทางเชื่อมต่อไปยังบ้านยางชุม ที่นี่คุณจะตื่นเต้นกับกังหันลมมากมายที่โครงการฯ แล้วยังมีเรื่องของพืชพรรณต่างๆ มากมาย แต่แนะนำว่าเที่ยวโครงการชั่วหัวมันให้ไปตอนเช้าหรือไม่ก็ตอนเย็นเพราะจะสวยและเที่ยวสบาย ถือเป็นอีกส่วนหนึ่งในการเยี่ยมชมโครงการในพระราชดำริชั่วหัวมัน”

 

 

 

ภาพและเนื้อหาจาก BIG MAP Magazine ISSUE12

 

Use Facebook to Comment on this Post


  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube