เชียงคาน..ฉันอยากไป

เมื่อ 4-5 ปีก่อน ถ้าพูดถึงสถานที่เที่ยวที่คนอยากไปอันดับต้นๆ เห็นจะไม่มีใครปฏิเสธ “เชียงคาน” ได้  เหตุเพราะเสน่ห์ของเชียงคานคล้ายๆกับปายในช่วงแรกๆ ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ชมวิถีชีวิตชาวบ้าน ขี่จักรยานเที่ยวชมเมือง ทำให้หลายคนพากันรุมมาเที่ยวเชียงคาน จนคนเริ่มพูดกันว่า อีกไม่นานเชียงคานจะเหมือนปาย  เมื่อความเจริญเข้ามา มนต์เสน่ห์ดั้งเดิมก็จะจางหายไป   
จะว่าไป เชียงคานเป็นสถานที่เที่ยวอีกแห่งที่อยากไปนานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสสักที  ในใจก็คิดว่ามันจะเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหนแล้วนะ วันที่เราไปจะได่เห็นธรรมชาติ เห็นชีวิตชุมชนอยู่มั้ย ??
ทริปนี้ก่อนจะไปเชียงคาน  จ.เลย ยังมีที่เที่ยวน่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง “ภูเรือ” ว่าแล้วพวกเราก็เลยขอแวะสูดอากาศดีๆ ที่ภูเรือกันสักหน่อยคะ
นั่งรถจากกรุงเทพฯ ไปภูเรือ ระหว่าง อากาศดีน่านอน แต่ไม่อยากหลับตาเลยคะ กลัวพลาดวิวสวยๆ   มองไปเห็นร้านขายดอกไม้เหลือง ขาว แดง ชมพู ตลอดข้างทาง  ที่ อ.ภูเรือ ดอกไม้ที่ได้รับการส่งเสริมให้เป็นเอกลักษณ์ของภูเรือ ก็คือดอกคริสต์มาส ช่วงวันที่เราไป ทางภูเรือกำลังเตรียมงาน “เทศกาลต้นคริสต์มาส ภูเรือ” คะ
การเดินทางไปภูเรือ ถ้าใครไม่ได้ขับรถมาเอง สามารถมาที่ปั๊ม ปตท ต่อรถสองแถว ค่าบริการคนละ 100 บาท รถสองแถวจะพาไปส่งถึงลานกางเต้นท์ ระหว่างทาง มีค่าเ้ข้าอุทยานคนละ 40 บาทคะ  ที่ลานกางเต้นท์ต่อสองแถวไปยอดภูเรือ 10 บาท หรือจะเดินเอาก็ได้ 1 กม.     แต่ถ้าใครขับรถมาเอง ก็ขับไปจอดที่ลานกางเต้นท์ได้เลย   แล้วก็เลือกว่าจะต่อรถสองแถว หรือว่าจะเดินขึ้นไป
ขึ้นไปถึงยอดภูเรือ เวลาประมาณ สี่โมงกว่า อากาศ 20 องศา ถ้ามาเช้าๆ น่าจะได้เห็นทะเลหมอกละลานตาแน่ๆ เสียดายที่คืนนี่เราไปนอนที่เชียงคาน ถ้าจะให้ดีควรนอนที่ภูเรือสักหนึ่งคืน ตื่นเช้ามานั่งชมทะเลหมอก ชมพระอาทิตย์ขึ้น
จากภูเรือ มาเชียงคานใช้เวลาประมาณ 2 ชม. หลังเก็บสัมภาระเสร็จ การได้เวลาไปหาของอร่อยๆ กินกัน  มาที่เชียงคานอย่าทานอาหารหลักจนอิ่มนะคะ เพราะตามถนนคนเดินของกินเล่นเยอะแยะน่ากินทั้งนั้น
กุ้งชุบแป้งทอด ใครมาที่นี่ต้องชิม

บรรยากาศที่เชียงคานที่พัก ร้านค้า แม้จะรู้ว่ามีการปรับปรุง หรือสร้างขึ้นมาใหม่บางห้อง แต่ก็ได้บรรยากาศย้อนไปวัยเด็กไม่ใช่น้อย

โรงภาพยนตร์เก่า ที่นำมาดัดแปลงเป็นห้องพักให้เช่า
วันนี้ ถนนคนเดิน คนไม่เยอะมาก เดินสบายๆเรื่อยๆ  เพราะวันนี้เป็นวันศุกร์  ถ้าเป็นวันเสาร์ อาทิตย์คนจะเยอะมากกก  แต่เดี๋ยวยังไง เพื่อให้ได้บรรยากาศนักท่องเที่ยว พรุ่งนี้จะมาเช็คอินอีกสักรอบ ^ ^
เล็งๆ ปาท่องโก๋ใส่ไส่ไว้ 😛
คืนนี้ประมาณ 3 ทุ่มกว่า ร้านเริ่มเก็บบ้างแล้ว พวกเราเลยกลับที่พัก เก็บแรงไว้ไปภูทอกในวันพรุ่งนี้ดีกว่า
เจอกันตีห้าครึ่งคะ ^ ^ ราตรีสวัสดิ์
ตีสี่ห้าสิบ ระหว่างเดินไปเปิดประตูเพื่อเข้าไปอาบน้ำ เสียงฟ้าร้องก็เข้ามาทักทายกันซะงั้น ยังไม่ทันสิ้นเสียงดี เสียงฝนตกหนักก็ตามมาติดๆ เอ่อ….ทะเลหมอกที่ภูทอกของเค้า Y Y   ฝนจ๋า มาตกอะไรวันนี้ นี่มาเที่ยวหน้าหนาวนะคะ…อาบน้ำ ฟังเสียงฝน สบายใจไป T T     แต่ในใจยังคิดในทางที่ดี ภูทอกห่างจากเชียงคานประมาณ 7-8 กม. ที่นั่นฝนอาจไม่ตกก็ได้ 🙂
ตีห้าครึ่งได้เวลานัดหมายขึ้นรถไปภูทอก ฝนก็ยังไม่หยุด แต่เบาลงบ้างแล้ว ได้แต่อธิษฐานให้ได้เห็นทะเลหมอก
จากเชียงคาน ไปภูทอกใช้เวลาไม่นาน..ถ้าไม่หลง 55 เนื่องจากตีห้าครึ่ง บวกกับฝนตก บวกกับไฟข้างทางไม่มี มีหรอที่พวกเราจะไม่หลง เอิ๊กกก   จาก 7-8 กม. พวกเราขับเลยไป 10 กว่า กม. ได้มั้ง   จริงๆ ทางไปไม่ยากเลยคะ ขับรถมาจากเชียงคาน ให้ขับเลยทางเข้าแก่งคุดคู้ (ซ้ายมือ) มาหน่อย จะมีป้าย บอกให้เลี้ยวขวาไปภูทอก ขับไปอีกหน่อยก็ถึงทางขึ้นภูแล้
จากตรงนี้ เราต้องใช้บริการรถสองแถวของทางชาวบ้านขึ้นไป คนละ 25 บาท ไป-กลับ ตอนไปถึงที่นั่น ฝนยังไม่หยุด เจ้าหน้าที่บอกว่าถ้าขึ้นไปก็ต้องนั่งอยู่บนรถ ฝนตกลงไปเดินไม่ได้ แต่มีหมอก  แหมๆๆ มาถึงนี่แล้ว มีหรอเราจะพลาด ตกก็ตก  อย่าได้แคร์ ก็แค่เปียก ว่าแล้วก็ขึ้นรถไปจับจองที่นั่งกัน นั่งชมวิวเพลินๆ ไม่ทันไรก็ถึงยอดภูแล้ว
หรือใครจะเลือกใช้บริการ สกายแล็บก็ได้นะคะ
ฝน ยังตกปรอยๆ อยู่ พอได้ๆ มือซ้ายถือร่มกาง มือขวาหยิบไอโฟนมาถ่ายรูป 🙂   ผ่านไปประมาณ 10 นาที ฝนก็หยุดตก  ค่อยยังชั่ว ต่อไปก็ลุ้นให้แดดออก
ทะเลหมอกวันนี้แม้ไม่ค่อยเยอะ อย่างที่เราหวังกัน แต่ก็สวยไม่น้อยนะ 🙂
วันนี้โชคดีที่เป็นเช้าวันเสาร์ นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะ ทำให้เราเลือกมุมถ่ายภาพได้สบายๆ
บรรยากาศนั่งรถลงมาจากภูทอก  ที่เห็นรถตู้ระหว่างทาง แล้วมีคนเยอะๆ ตรงนั้นเป็นกองถ่ายหนังสั้นเชียงคาน ของน้องๆ ม.รังสิต  โดยมีณเดช มาเป็นพระเอก !!
จากภูทอก แหล่งท่องเที่ยวอีกที ที่ทุกคนที่มาเชียงคานจะต้องมาแวะ “แก่งคุดคู้” ห่างจากภูทอกไม่มาก ที่นี่นักท่องเที่ยวจะมาชมแก่ง ทานอาหาร หรือบางทีถ้าเป็นหน้าแล้ง  น้ำลดเค้าก็จะเอาโต๊ะมาวางที่แก่งนั่งทานอาหารกันคะ
มะพร้าวแก้ว แบบสดๆ  ทำกันใหม่ๆ ที่แก่งคุดคู้นี่เลยคะ
มะพร้าวแก้วอีกแบบที่เราคุ้นเคย หลากหลายสีน่ากินมาก
อันนี้ก็สีสันหลากหลาย  ขนมจีนอบแห้ง สามารถนำไปต้มกินที่บ้านได้เลยคะ
จากแก่งคุดคู้ พวกเรากลับไปหาข้าวกิน เข้าที่พักสักหน่อย แล้วเดี๋ยวบ่ายๆไปปั่นจักรยานเที่ยวเชียงคานกัน ^ ^
พาหนะส่วนใหญ่เลยของที่นี่ ก็ต้องเป็นเจ้านี่คะ
ที่เชียงคานนี่สามารถปั่นจักรยานก็ไปได้ทั่วแล้วนะคะ เพราะพื้นที่ไม่ใหญ่มาก  ต่างจากที่ปาย ที่ต้องใช้มอเตอร์ไซต์ เพราะมีพื้นที่กว้าง และแหล่งที่เที่ยวอยู่ห่างกันพอสมควร
ระหว่างเดินหาจักรยาน  คืออยากได้จักรยานที่ดูแนวๆหน่อย เดินไปเรื่อยๆ จนคนเริ่มเยอะขึ้น (จะห้าโมงเย็นแล้วด้วยแหละ) เลยคิดว่า คงไม่สามารถขี่จักรยานได้แล้ว จราจรคับคั่งเหลือเกิน บวกกับฝนทำท่าจะตกอีกแล้ว เลยตัดสินใจเดินเล่นที่ถนนคนเดินเอา
บริเวณลานริมน้ำโขงบนถนนเชียงคาน
ซื้ออาหารมาทาน พร้อมนั่งชมริมโชงชิลๆ
บรรยากาศวันนี้ต่างจากเมื่อวานมาก คนเยอะเชียว..แต่ฝนก็เนอะด้วย ตกๆ หยุดๆ 🙁  เดินหลบฝนสักพัก เลยตัดสินใจหาข้าวก์นดีกว่า รอฝนหยุด
“เฮือนฝ้ายคำ” ร้านนี้อาหารอร่อย คนเยอะแต่รอไม่นาน แนะนำเลยคะ
หลังกินข้าวเสร็จ ฝนหยุดซะที  เดินเที่ยวต่อดีกว่า

ระหว่างทางจะอาหารขายมากมาย ดูแล้วไม่รู้จะเอาท้องที่ไหนมาใส่เลย   แต่มาที่เชียงคาน เมนูแนะนำนี่เลย ปาท่องโก๋ใส่ไส้ กุ้งทุบแป้งทอด ข้าวเปียก..

ส่วนของที่ระลึก ที่นี่ก็มีให้เลือกหลายร้าน หลากหลายสินค้า  เดินไม่ถึง 2 ชม. ตังค์หมดไปหลายร้อยเลย

 

 

กล้องฉายหนัง จัดแสดงให้ดูในที่ ภู่เชียงคาน
ระหว่างเดินเลือกซื้อของ ก็จะมีดนตรีต่างๆ บรรเลงให้ฟังตลอด มีทั้งมาเดี่ยว มาเป็นวง
แต่ที่เห็นคนให้ความสนใจมากสุดเห็นจะเป็นน้องๆกลุ่มนี้หละคะ “บ้านดนตรี” แต่ละคนเก่งกันจริงๆ 

ก่อนกลับห้องนอนคืนนี้ แนะนำร้านเครื่องดื่ม “เฮือนพัดโบก” เครื่องดื่มอร่อยมาก
ที่ชอบอีกอย่างหนึ่งที่นี่ คือ ที่พักที่นี่จะอยู่บนถนนคนเดินเลย ถ้ามากันหลายคน ใครง่วง ใครซื้อของเสร็จแล้ว ใครจะกลับไปดูละคร ก็ไม่ต้องมารอกลับพร้อมกันคะ ไม่เหมือนถนนคนเดินที่อื่นๆ ที่ต้องรอนั่งรถกลับพร้อมกัน  หรือใครกลับไปห้องแล้ว อยากซื้อของเพิ่มก็เดินลงมาถนนคนเดินใหม่ได้
เดินซื้อชมบรรยากาศ ซื้อของกันเสร็จแล้ว นอนเอาแรงกันดีกว่า เพราะพรุ่งนี้เช้าที่ถนนเชียงคานมีกิจกรรมแต่เช้าเลยคะ ชาวพุทธทุกคนที่มาจะพลาดไม่ได้เชียว  “ตักบาตรข้าวเหนียว”
สามารถหาซื้อได้ตามถนนคนเดินเลยคะ  ทางร้านจะมีบริการปูเสื่อไว้ให้ด้วย
การตัดบาตรข้าวเหนียวที่นี่ จะใส่แต่ข้าวเหนียวนะคะ ส่วนกับข้าว จะนำไปถวายที่วัดที่หลังคะ
ช่วงเช้าที่เชียงคานอากาศดีมาก  สามารถขี่จักรยานเที่ยวได้เลยคะ
ก่อนกลับจากเชียงคาน ขอแนะนำที่พักที่พวกเรามาพักกันหน่อยแล้วกันนะคะ  “ศรีเชียงคาน” เป็นที่พักที่สร้างขึ้นมาใหม่ เปิดได้ประมาณ 1-2 ปีคะ
อยากบอกว่า เตียงนอนที่นี่ นอนหลับสบายมากคะ ^ ^

 

 

 

มีบริการไดร์เป่าผม อุปกรณ์สำคัญสำหรับคุณผู้หญิง

 

 

 

ห้องน้ำที่นี่ แบ่งเป็น 2 ห้องคะ  ห้องอาบน้ำกับห้องส้วม

สำหรับอาหารเช้าที่นี่ จะเป็นข้าวต้ม เสริมพร้อม ยำไข่เค็ม ยำกุนเชียง ยำผักกาดดอง ไข่เจียว  ให้เลือกตักกันตามสบาย

โรงแรมศรีเชียงคาน

113 หมู่ 1 ถนนศรีเชียงคาน ซ.5 (ริมโขง) อ.เชียงคาน ต.เชียงคาน จ.เลย 42110
ga@srichiangkhan.com

โทรศัพท์ : (+66) 42-821-000
โทรศัพท์มือถือ : (+66) 81-546-6366, (+66) 81-808-2826

 

 


View Larger Map

Use Facebook to Comment on this Post


  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube