สัมผัสกุ้ยหลินเมืองไทย..แวะไปค้างคืนที่แพ 500 ไร่

หากถามถึงการล่องเรือเที่ยวเขื่อน อยากบอกว่าประทับใจ เืขื่อนรัชชประภา นี้ที่สุดเลยคะ  แม้วันที่เดินทางไป จะเจอฝนเกือบตลอดการเดินทางและการล่องเรือ  แต่ความสวยงามของเขื่อนรัชประภา ไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อยเลยสินะ ^____^

 

 เขื่อนรัชชประภา หรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือกุ้ยหลินเมืองไทย  แหม!! มีชื่อเรียกหลายชื่อนะนี่     เขื่อนรัชชประภา มีชื่อเรียกดั้งเดิมว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน คะ เมื่อก่อนสร้างแล้วเสร็จได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว พระราชทานนามให้ใหม่ว่า “เขื่อนรัชชประภา” มีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร”  (ทำความรู้จักความเป็นมาของชื่อกันหน่อย)

 

เช้านี้เป้าหมายของเราอยู่ที่ เขื่อนรัชชประภา อุทยานแห่งชาติเขาสก  เมื่อคืนเรานอนกันที่ในเมืองสุราษฎร์ธานี ทำให้ต้องใช้เวลาเดินทางกันสักหน่อย  จริง ๆ อยากแนะนำว่าถ้าใครตั้งใจไปเที่ยวเขื่อนรัชชประภาอย่างเดียว  อยากให้หาที่นอนบริเวณเขื่อน จะได้บรรยากาศมากกว่านี้เยอะเลยนะคะ

การเดินทางจากตัวเมือง ทำให้เช้าวันนี้อดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่เขื่อนกันเลย  เอาหละ ไม่แน่ว่าถ้ามาพักที่เขื่อนจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นซะหน่อย เนื่องจากวันที่เราเดินทางไปเที่ยวเขื่อนรัชชประภา ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงหน้าฝน แน่นอน เจอฝนเกือบทั้งวันคะ

 

 

บริเวณท่าเรือ  การลงไปที่โป๊ะ จะต้องเชื่อฟังเจ้าหน้าที่มากๆ นะคะ เพราะเจ้าหน้าที่จะปล่อยลงไปขึ้นเรือครั้งละไม่กี่คน เพื่อความปลอดภัยในการรองรับน้ำหนักของโป๊ะคะ  …ก่อนขึ้นเรือ แนะนำให้ซื้อเสื้อกันฝนติดไปด้วยนะคะ เพราะระหว่างทางเราต้องเจอฝนแน่ๆ  (สำหรับคนที่ไปเที่ยวหน้าฝน)  ตัวละ 35 บาท  หาซื้อได้บริเวณร้านค้า แถวท่าเรือคะ

 

 

การนั่งเรือเที่ยวเขื่อนรัชชประภาจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชม.คะ  แต่วันที่เราไป เจอฝนกันเป็นระยะ เลยได้ล่องเรือได้ไม่ค่อยทั่วเท่าไหร่

บริเวณเืขื่อนรัชชประภา นอกจากจะมีกิจกรรมล่องเรือชมเขื่อน ชมวิถีชีวิตสัตว์ป่า เดินป่า พายเรือคายัค เที่ยวน้ำตก แล้ว ยังมีกิจกรรมดำน้ำลึกด้วยนะคะ   การดำน้ำลึกที่นี่เป็นการดำน้ำไปดูเมืองใต้บาดาลกันคะ  เพราะบริเวณเขื่อนรัชชประภาแห่งนี้ แต่ก่อนเป็นหมู่บ้านคะ  แต่มีการน้ำพื้นที่มาสร้างเป็นเขื่อน ทำให้ภายใต้น้ำในเืขื่อนแห่งนี้ จะมีหมู่บ้าน วัดวาอาราม จมอยู่ใต้บาดาลแห่งนี้นี่เอง  แต่ค่าใช้จ่ายการดำน้ำลึกที่นี่ค่อนข้างสูงเหมือนกันคะ ราคาเป็นหมื่นได้   แล้วอีกอย่างการดำน้ำลึกในบริเวณเขื่อนต้องมีความเชี่่ยวชาญมากๆ เนื่อจากน้ำภายในเืื่ืขื่อนจะไม่เหมือนน้ำทะเล เพราะน้ำที่นี่มันดูดลงไปด้านล่างคะ  ..กิจกรรมนี้เลยยังไม่ค่อยนิยมเท่าไหร่คะ เพราะค่าใช้จ่าย และความปลอดภัยค่อนข้างสูง

ล่องเรือชมเืขื่อน ท่ามกลางสายฝน และหมอกขาวกันแล้ว  ตอนนี้เราจะไปอีกจุดหมายนึงคะ สำคัญมาก เพราะจะเป็นที่รับประทานอาหารกลางวันที่นั่นกัน  แฮะๆ

 

 ถึงแล้วคะ แพ 500 ไร่  สถานที่รับประทานอาหารกลางวันของพวกเรา

ที่แพ 500 ไร่ นอกจากเป็นที่ฝากท้องมื้อกลางวันนี้ของพวกเราแล้ว ที่นี่เค้ายังบริการที่พัก ด้วยนะคะ แต่ก่อนพาไปชมที่พัก ขอแวะเติมพลังกันก่อนนะ ^___^

ผัดซี่โครงหมูพริกไทยดำ  อร่อยมว๊ากกกก เนื้อหมูเปื่อยหลุดออกจากกระดูกกันเลยทีเดียว

 

 

เนื่องจากมื้อนี้เรามากันเป็นหมู่คณะใหญ่ เลยสั่งอาหารแบบบุฟเฟ่กันคะ   ปกติที่นี่ถ้ามากันน้อยคนก็สามารถสั่งเป็นอาหารตามสั่ง อาหารจานเดียวได้เลยนะคะ  รสชาติเยี่ยม ^___^

 

อิ่มท้องแล้ว  ไปสำรวจห้องพักกันดีกว่าคะ

 

นอนมองความสวยงามของเขื่อนได้ชิลๆ

ที่แพ 500 ไร่ ห้องหนึ่งจะมี 2 ชั้นนะคะ

คล้ายๆ ห้องใต้หลังคา

บันได้ขึ้นไปชั้น 2 อาจจะชันเล็กน้อย ต้องระวังกันหน่อย

สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

หน้าห้องพักแต่ละห้อง จะมีเรือคายัคให้บริการอยู่คะ สามารถพายเรือเล่นในเขื่อนได้เลยนะคะ

 

 

ที่แพ 500 ไร่แห่งนี้ นับว่าเป็นรีสอร์ที่มีการบริหารการจัดการของเสีย ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมคะ

อยากบอกว่า ตั้งแต่ก้าวขาลงเรือมาบนแพ 500  ไร่ ได้เห็นห้องพัก แล้วไม่อยากกลับเลยหละคะ น่านอนที่สู๊ดดดดด ^_____^ เสียดายวันนี้ตามโปรแกรมเราต้องกลับไปพักกันที่ในเมือง

ก่อนกลับวันนี้ พี่เบิ้ม เจ้าของแพ 500 ไร่ พาพวกเราไปเที่ยวน้ำตกแปดเซียน เป็นน้ำตกที่พี่เบิ้มกับเพื่อนๆ ค้นพบกันเมื่อไม่กี่วันนี้เองคะ  ที่เรียกว่า “น้ำตกแปดเซียน” เพราะว่า คนที่ไปพบน้ำตกนี่ มีทั้งหมด 8 คนคะ

จากแพ 500 ไร่ เรานั่งนั่งเรือไปเพียงไม่กี่นาทีคะ ก็จะได้ปีนน้ำตกสวยๆ กลางเขื่อนรัชชประภากันแล้ว

 

เที่ยวน้ำตกที่นี่ ต้องปีนไปตามน้ำตกเอานะคะ ไม่ได้มีทางเดินตามพื้นดินให้ขึ้นเหมือนน้ำตกทั่วไป    พวกเราใช้เวลาเดินกันประมาณ 45 นาทีเห็นจะได้  แต่ยังไม่ถึงชั้นบนเลยคะ เพราะต้องรีบกลับ เดี๋ยวฝนจะตกลงมาอีก แล้วก็จะเย็นซะก่อน

ใครว่าเที่ยวหน้าฝนไม่สนุก อยากแนะนำว่ามาเที่ยวช่วงหน้าฝน แม้จะต้องเปียกกันบ้าง แต่เราจะได้เห็นบรรยากาศที่ชุ่มชื่น เขียวขจี  และสดชื่นจริงๆ คะ

 

 

 

แพ 500 ไร่

111/1 หมู่ 4 ต. เขาวง อ. บ้านตาขุน จ.สุราษฏร์ธานี 84230
โทร.:     085 – 747 7474 , 081 – 747 7474
อีเมล์:     info@500rai.com

www.500rai.com

 

 

 

Use Facebook to Comment on this Post


  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube