นั่งรถไฟไต่เขาขึ้นยอดเขา Rigi ชมความงามเทือกเขาแอลป์

การท่องเที่ยววันที่สองในสวิสของเรา เราออกจากที่พักกันตั้งแต่เช้าตั้งต้นกันที่สถานีรถไฟซูริค วันนี้เราจะต้องไปซื้อตั๋วเดินทางกันก่อน เพราะเราต้องใช้ตั๋วเพื่อขึ้นรถไฟไปยังเมืองลูเซิร์น จะไปเที่ยวยอดเขา Rigi กัน เราเลือกซื้อตั๋วสวิสพาส (Swiss Pass)แบบใช้ได้ 4 วัน โดยตั๋วนี้สามารถใช้ในการเดินทางทุกประเภทที่เป็นคมนาคมของรัฐในสวิส ไม่ว่าจะเป็นการรถไฟแห่งประเทศสวิตเซอร์แลนด์, รถประจำทางส่วนใหญ่ของเอกชน, เรือล่องทะเลสาบ และรถประจำทางระหว่างเมือง แล้วยังสามารถใช้เป็นส่วนลดพิเศษอื่นๆ อีก เช่น เข้าชมพิพิธภัณฑ์กว่า 450 แห่งฟรี

เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.swisstravelsystem.chส่วนลด 50% ในการซื้อตั๋วรถไฟขึ้นเทือกเขา เช่น Jungfrau Bahnขึ้นยอดเขา Jungfrauเป็นต้น ซึ่งการซื้อตั๋วครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าโชคดีได้ไหม เจ้าหน้าที่ซึ่งออกตั๋วให้พวกเราขอดูพาสสปอร์ตพลิกไปมา แต่คงลืมดูปีเกิดดูแต่หน้าหรือไม่ก็ยังเช้าอยู่เจ้าหน้าที่สาวสูงวัยเลยยังมึนๆ แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวจะออกตั๋ว Swiss Youth Passคือตั๋วเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 26 ปีให้ ราคาก็จะถูกกว่าตั๋ว Swiss Passถึง 25%แต่การใช้งานเหมือนกันทุกอย่าง จริงๆ แล้วเราสองคนก็อายุเลยเยาวชนมาหลายปีต่างมองหน้ากันงง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเออออไปตามนั้น จ่ายเงินไปแล้วก็เดินจากมา

 

และเราก็เริ่มต้นใช้ตั๋วเดินทาง Swiss Passกันในวันนี้เลย อ้อก่อนใช้ตั๋วต้องเอาให้เจ้าหน้าที่ประทับตราวันที่เราเริ่มใช้ก่อนด้วยนะ อยากบอกว่าตื่นเต้นที่ต้องใช้ตั๋วผิดประเภทแบบนี้ ไม่ควรเอาเป็นแบบอย่างนะเพื่อนๆ แต่พวกเราก็ถือซะว่ามันเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น55 เราวางแผนกันว่าวันนี้จะไปที่“ยอดเขา Rigi” ซึ่งใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟจากซูริกไปที่เมืองลูเซิร์นประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งการนั่งรถไฟที่สวิสขอบอกว่าเวลาเข้าเวลาออกของรถไฟเป๊ะตามตารางเดินรถเลย เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญของการเที่ยวที่สวิสนาฬิกาของเราต้องเป๊ะมาก รถไฟไม่รอนะจ๊ะ เวลาขึ้น-ลงรถไฟของที่นี่จะไม่เหมือนรถไฟฟ้าของบ้านเราที่จะเปิดให้เอง สำหรับที่นี่จะมีปุ่มเปิดประตูให้เรากดอยู่หน้าประตูแล้วประตูก็จะเปิดออกนะ

 

 

 

หลังจากนั่งชมวิวทิวทัศน์สองข้างทางกันจนเพลินเราก็มายืนอยู่หน้าสถานีรถไฟลูเซิร์นข้ามถนนไปก็จะเป็นท่าเรือที่เราจะนั่งไปลงที่ท่าเรือ Vitznau (วิซเนา) เพื่อต่อรถไฟไต่เขาไปยังยอดเขา Rigiการขึ้นยอดเขานี้สามารถขึ้นได้ 2 ทางคือที่เมือง Arth Goldau (อาร์ทโกลเดา) ก็ได้ แต่เราเลือกขึ้นทางนี้แล้วค่อยไปลงทางนั้นละกันจะง่ายกว่า แถมได้เห็นวิวไม่ซ้ำกันด้วย

 

เรื่องค่าเรือก็ไม่ต้องเป็นกังวลเราสามารถใช้ Swiss passขึ้นฟรีได้เลยจ้า เรือจะออกทุกๆ นาทีที่ 12 ของชั่วโมง ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงท่าเรือวิซเนาแล้ว ซึ่งเวลาบนเรือจะดูผ่านไปอย่างรวดเร็วเพราะวิวสองข้างทางทำให้เราต้องยกกล้องขึ้นมาเก็บภาพความงามของเทือกเขาแอลป์สีขาวเบื้องหน้าที่ทอดตัวขนาบไปกับน้ำสีเขียวของทะเลสาบลูเซิร์นสวยงามดั่งภาพวาดในนิยายก็ไม่ปาน นกน้อยถลาแล่นลมมาจิบกินน้ำในทะเลสาบ ว้าวๆ สวยจนไม่รู้จะเก็บภาพมุมไหนก่อนดี แล้วยังได้เห็นยอดเขาพิลาทุสอยู่ไกลๆ อีกด้วย

 

การล่องเรือบนแม่น้ำพร้อมวิวอันงดงามเช่นนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต มันสวยงามเกินจะบรรยาย วิวทุกอย่างที่ผ่านตา อากาศดีๆ ที่ผ่านจมูก ลมเย็นๆ ที่พัดผ่านร่าง ทุกอย่างถูกบันทึกไว้ในเมมโมรี่ของสมอง เอาไว้นึกถึงเวลาที่จากมา อยากให้ได้ไปสัมผัสประสบการณ์แบบนี้กันดูสักครั้ง นี่แค่เริ่มต้นการท่องเที่ยวในสวิสเมืองในฝันของใครหลายคน วันนี้อากาศดีมีแดดแต่ลมที่พัดเอาไอเย็นของน้ำมาบวกกับอากาศเย็นอยู่แล้วแสงแดดอุ่นๆ ในยามเช้าก็ช่วยอะไรไม่ได้เหมือนกัน แม้จะใส่เสื้อหนาๆ แล้ว เราเลยหลบเข้าไปนั่งพักเล่นกับเด็กฝรั่งตัวน้อยน่ารักในเรือ ส่วนด้านหน้าหัวเรือนักท่องเที่ยวที่ต่างจับจองที่นั่งชมวิวกันเต็มในตอนแรก ก็เริ่มกระจายตัวเพราะทนความเย็นกันไม่ไหวเช่นกัน การล่องเรือในทะเลสาบลูเซิร์นเป็นทะเลสาบหนึ่งที่นิยมกันมากเพราะขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของทิวทัศน์สองข้างทาง ใครมาสวิสลองมาล่องเรือที่ทะเลสาบนี้ดูนะ

 

 

 

 

 

 

 

แล้วก็มาถึงท่าเรือVitznau (วิซเนา) ก็จะเห็นรถไฟขบวนสีแดง-ขาวจอดรออยู่ โดยรถไฟจะออกทุกๆ นาทีที่ 15 ของชั่วโมง ให้รีบขึ้นไปจับจองที่นั่งกัน อ้อค่าตั๋วรถไฟตอนเราไปเค้าจัดโปรโมชั่นมี Swiss Pass ขึ้นฟรีเลย ซึ่งค่ารถไฟไป-กลับปกติจะอยู่ที่ 64 ฟรังก์

 

และเราขอแนะนำก็คือนั่งหลังสุดหันหน้าสวนทางกับคนอื่น เพราะเมื่อรถไฟเคลื่อนขบวนไต่เขาขึ้นไปวิวที่เราเห็นจะเป็นเทือกเขาแอลป์กับ ทะเลสาบอันงดงามราวภาพวาด มันสวยจริงๆ อันนี้ไม่ได้โม้555 สวยตะลึงจนกดชัตเตอร์กล้องแบบรัวๆๆ รถไฟค่อยๆ ไต่ขึ้นเขาภาพเมือง ทะเลสาบ ภูเขาเบื้องหน้าค่อยๆ เล็กลง วิวสองข้างทางปกคลุมไปด้วยหิมะสลับกับรีสอร์ทบนเขา

 

 

 

รถไฟจะจอดรับนักท่องเที่ยวตามสถานีต่างๆ เท่าที่สังเกตนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ แต่ละคนจะมีไม้เท้าประจำตัวไว้ยันเวลาเดินขึ้นเขาบนหิมะ

 

ช่วงเวลาที่นั่งรถไฟไต่เขาขึ้น Rigi นี้ไม่รู้จะบรรยายยังไงถึงความสวยงาม ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้มาเห็นกับตาตัวเอง บางทีการเดินทางสิ่งที่เราได้รับอาจจะมาจากระหว่างทางมากกว่าจุดหมายปลายทาง เท่านี้ก็รู้สึกเต็มอิ่มกับการได้มาเยือนที่นี่ นั่งพร่ำเพ้อชื่นชมกับวิวจนเพลิน ครึ่งชั่วโมงเราก็มาถึงสถานีRigi Kulm บนความสูง 1752 เมตร ข้างบนจะมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นได้แบบ 360 องศา ซึ่งวันนี้เราโชคดีท้องฟ้าแจ่มใสเบื้องหน้าของเราเป็นเทือกเขาแอลป์อันสวยงาม เคยได้ยินชื่อเทือกเขาแอลป์ตั้งแต่ตอนเรียนวิชาสังคมศาสตร์สมัยมัธยม จนตอนนี้ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นของจริง สวยๆๆ ไม่รู้จะใช้คำไหนมันสวยจนไม่รู้จะถ่ายมุมไหนก่อนเพราะมันสวยทุกมุม สวยจนไม่อยากยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูป อยากนั่งมองชื่นชมความงามให้เต็มที่ ในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่เราไปที่นี่ยังปกคลุมด้วยหิมะอยู่ อากาศเย็นๆ แต่มีแดดเลยไม่หนาวมาก เรียกว่าอากาศดีเลยทีเดียวเราเดินเล่นถ่ายรูปกันแบบเต็มอิ่ม ทุกมุมมันน่าถ่ายไปหมด

 

 

 

 

เราใช้เวลาเดินเล่นบนนี้ประมาณ 45 นาที นักท่องเที่ยวบางคนจะพกอาหารขึ้นมานั่งกินกันด้วย กินไปชมวิวไปช่างมีความสุขจริงๆ จากนั้นได้เวลาที่เราต้องโบกมือลายอดเขา Rigi ซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็น Queen of the Moutainsของภูเขาในสวิส เข้าไปดูรายละเอียดการท่องเที่ยวที่นี่ได้ที่ www.rigi.chขากลับเราจะนั่งรถไฟสีฟ้า-ขาวซึ่งรถจะออกทุกๆ นาทีที่ 4 ของชั่วโมง ลงไปอีกทางเพื่อไปยังสถานีรถไฟเมือง Arth Goldau (อาร์ทโกลเดา)ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที แต่ต้องเดินไปขึ้นรถไฟหลักที่อยู่ด้านล่างอีกนิดนึงนะ แล้วเราจะนั่งรถไฟกลับไปเที่ยวในเมืองลูเซิร์นกันต่อในตอนหน้า

 

Use Facebook to Comment on this Post


  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube