ตาม “ฌอห์ณ จินดาโชติ” ไปปล่อยกบที่เชียงคาน

“เชียงคาน….เมื่อวานนี้” เป็นทริปท่องเที่ยวซึ่ง ททท.จับมือกับนิตยสาร Aday พาผู้โชคดีไปสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยว ณ เมืองเล็กริมแม่น้ำโขง “เชียงคาน จ.เลย” เรามีโอกาสได้ติดตามไปร่วมทริปนี้ด้วย คอนเซ็ปของทริปนี้ “แพ็คกระเป๋ามุ่งสู่เมืองสงบริมน้ำโขง เดินทางท่องเที่ยวแนวกรีนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด 7 green way ร่วมปล่อยกบสู่ธรรมชาติฟื้นฟูระบบนิเวศ ปั่นจักรยานชมเมืองเชียงคาน ทำบุญตักบาตรข้าวเหนียว พร้อมลงมือเข้าครัวปรุงอาหารพื้นเมืองด้วยตัวเอง เรียนรู้วัฒนธรรมไทดำ และชมความงามภูทอกกับทะเลหมอกยามเช้า” นี่คือกิจกรรมที่เราจะได้ทำในการมาเชียงคานในครั้งนี้

ย้อนไปเมื่อ 4 ปีก่อนเรายังจำได้ดีว่า “เชียงคาน” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เราเลือกมาเที่ยวคนเดียวเป็นครั้งแรก ซึ่งจากการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับเมืองนี้ เป็นเมืองที่ดูไม่อันตราย ทั้งเรื่องผู้คนอัธยาศัยน่ารัก วัฒนธรรมประเพณี การตักบาตรข้าวเหนียว และสายหมอกริมน้ำโขงนั่นทำให้เราเลือกมาเที่ยวที่ “เชียงคาน”

4 ปีติดกับการได้มาที่นี่ แต่ละครั้งเรามาไม่ซ้ำผู้ร่วมเดินทาง และครั้งนี้เรามีผู้ร่วมทางเป็นพิธีกรหนุ่มรายการ “เวคคลับ” “ฌอห์ณ จินดาโชติ” มาร่วมทริปด้วย เราจะตามฌอห์ณไปทำกิจกรรมกัน 3 วัน 2 คืน

 

 

 

วันแรกได้มาถึงเชียงคานกันตั้งแต่เช้า ปั่นจักรยานชมเมืองเชียงคานเส้นทางวัฒนธรรม 9 วัดสำคัญของเมืองนี้ เริ่มตั้งแต่วัดท่าคก, วัดศรีพนม, วัดป่าใต้, วัดมหาธาตุ, วัดป่ากลาง, วัดศรีคุณเมือง, วันโพนชัย, วัดสันติวนาราม, วัดภูช้างน้อย จากนั้นมาถึงไฮไลท์เด็ดของทริปนี้กับการปล่อยกบ ชาวบ้านต้อนรับพวกเราด้วยขบวนแห่ “ผีขนน้ำ” เป็นประเพณีที่ชาวบ้าน บ้านนาซ่าว ตำบลนาซ่าว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เล่นสืบมาเป็นประเพณี เช่นที่บรรพบุรุษเคยปฏิบัติมาทุกปี หาต้นตอไม่ได้ว่ามีการละเล่นแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อใด ด้วยดนตรีและการเต้นและชุดรวมทั้งหน้ากากสีสันแปลกตาดึงดูดให้พวกเราหยุดชมการแสดงนี้

 

 

 

ก่อนจะไปกบกันก็จะมีพระมาสวดแผ่เมตตา เหมือนการทำบุญ ซึ่งภาพแบบนี้หาดูได้ยากนัก ท้องนาข้าวเขียวขจี กบน้อยๆหลายพันตัวที่นอนอัดแน่นกันอยู่ในถุงพลาสติกกำลังจะได้ไปกระโดดโลดแล่นอยู่ในผืนนากว้างช่วยกันฟื้นฟูระบบนิเวศให้สมบูรณ์ พวกเราเหล่าผู้ร่วมทริปและชาวบ้านช่วยกันปล่อยกบลงนา และเป็นครั้งแรกของหนุ่มฌอห์ณที่ต้องมาจับกบโชว์แอคชั่นให้นักข่าวได้ถ่ายรูป ก่อนจะปล่อยเจ้ากบน้อยกระโดดหายไปในนา

 

 

 

ปิดท้ายวันด้วยการบายศรีสู่ขวัญอีกหนึ่งประเพณีน่ารัก

 

 

วันที่ 2 พวกเราตื่นกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง วันนี้เราจะไปตักบาตรข้าวเหนียวอีกหนึ่งกิจกรรมที่มาเชียงคานแล้วต้องทำ บรรยากาศยามเช้าริมแม่น้ำโขงมองเห็นฝั่งลาวอยู่ไกลๆ ก้อนเมฆลอยอ้อยอิ่งผ่านภูเขาสดชื่นดีแท้ เราอดอิจฉาคนเชียงคานไม่ได้ที่ได้ตื่นเช้ามาทำบุญ ได้ออกมาสูดอากาศดีๆ ริมน้ำโขง ภาพของพระบิณฑบาตรผ่านบ้านเรือนไม้ชาวบ้านถือกระติ๊บข้าวเหนียวคนละอันมา ปั้นๆ ใส่บาตรในเมืองไทยคงมีที่นี่เท่านั้นที่เราจะได้เห็น

 

 

 

 

 

 

จากนั้นพวกเราได้ย้ายตัวเองไปที่วัดป่าใต้ เพื่อช่วยกันทำอาหารทำบุญให้พระกัน งานนี้หนุ่มฌอห์ณได้โชว์ฝีมือตำส้มตำถวายพระด้วย สมาชิกในทริปนี้อิ่มบุญกันถ้วนหน้า

 

 

 

 

แล้วไปยังหมู่บ้านชาวไทดำไปเรียนรู้การทำ “ตุ้มนกตุ้มหนู” ซึ่งเป็นเครื่องรางของชาวไทดำ โดยได้ทดลองทำกันเอากลับมาเป็นของที่ระลึกด้วย

 

 

 

ปิดท้ายวันกับภาพแสงอาทิตย์สีส้มสะท้อนแม่น้ำโขง เดินเล่นที่ถนนคนเดินเชียงคาน

 

 

วันที่ 3 วันนี้ตื่นเช้ากว่าเมื่อวานเพราะเราจะไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้นและความงามของทะเลหมอกยามเช้ากันที่ “ภูทอก” ข้างบนนั้นเราได้เห็นความเขียวขจีของพื้นเบื้องล่าง ได้เห็นสายน้ำโขงอยู่ไกลๆ พระอาทิตย์ค่อยๆ ขึ้นผ่านเหลี่ยมเขา แต่หมอกยังไม่มา!! มีเพียงเมฆก้อนน้อยลอยผ่านหน้าไป สุดท้ายการรอคอยของพวกเราชาวคณะก็ประสบผล สายลมพัดพาสายหมอกมากระทบหน้าสัมผัสได้ถึงไอเย็นของละอองหมอกน้อยที่ลอยผ่านไปอย่างรวดเร็ว

 

แม้จะเป็นช่วงเวลาไม่นาน บางทีการที่เราจะได้เห็นความงามของทะเลหมอก เราก็ต้องรู้จักการรอคอย….เป็นอันเสร็จสิ้นกิจกรรมตามคอนเซ็ปงานเป๊ะๆ มีคำพูดนึงของ “ฌอห์ณ” บอกว่า “เวลาเราเดินทางไม่ต้องเอาอะไรใส่กระเป๋ามาเยอะ เพราะขากลับเราจะได้เอาไว้ใส่ความประทับใจและมิตรภาพดีๆ เก็บใส่กระเป๋ากลับมาด้วย”

 

Use Facebook to Comment on this Post


  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube