หอมกลิ่นกาแฟ..ที่ดอยช้าง

หนาวแล้ว หนาวแล้ว  อากาศหนาวๆ ปลายปีอย่างนี้ ที่เที่ยวอันดับแรกๆ ที่นึกถึง “ดอย” ว่าแล้วก็จัดแจงโทรหาเพื่อนที่เชียงรายว่าจะไปหา โทรเสร็จ ลางาน จัดกระเป๋า โทรชวนเพื่อนร่วมทาง (ได้เหยื่อมา 1 ราย 555)  ก่อนเดินทาง พยายามหาข้อมูล ว่าเชียงรายมีที่เที่ยวอะไรบ้าง ดูๆไป ที่อยากไปที่สุด น่าจะเป็นภูชี้ฟ้า ดอยวาวี ดอยช้าง  (ไม่รู้ว่าเวลา 3 วัน จะไปหมดมั้ย ไว้ค่อยคิดกัน ) เอาหละ อย่าช้า!! เดินทางกันดีกว่า

เราเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ด้วยรถทัวร์ ตอนค่ำๆ  ถึง เชียงราย ก็เช้าพอดี   ลงจากรถทัวร์ อากาศที่เชียงรายเย็นมากๆ ต้องรีบหยิบเสื้อกันหนาวมาใส่ทันที  จากนั้นรอเพื่อนที่เชียงรายมารับ  จาก บขส.เชียงราย ไปถึงตัวเมือง ไกลพอควรนะนี่  กินข้าวเช้าเสร็จ ก็วางแผนเที่ยวกัน บอกเพื่อนว่าอยากไปภูชี้ฟ้า(แต่เพื่อนบอกว่าไม่ค่อยมีอะไร เหอๆ ใช่ดิ อยู่นี่คงไปบ่อยแล้ว …) งั้นไปดอยช้างมั้ย ทางไปรถเล็กวิ่งได้มั้ย อันตรายมั้ย  (ในใจคิดว่าเพื่อนเราอยู่เชียงรายมาก 5-6 ปี แล้ว มันต้องเคยไปบ้างแหละน่า) ถามไปถามมา ถึงบางอ้อ (แทนที่จะถึงดอยช้าง) “เพื่อนชั้นยังไม่เคยไป” แถมไม่รู้ทางด้วย  โอ้!! มาครั้งนี้ฝันสลายหรอนี่ อดไปดอยช้าง  เพราะตั้งใจว่าอยากขึ้นไปเที่ยวบนดอย (ภูชี้ฟ้าก็บอกไม่มีอะไร  ดอยช้างก็ไม่เคยไป – -“) บนดอยนี่ ถ้าไม่รู้ทาง ไม่เคยไป จะประเมินลำบาก  รู้ๆกันอยู่ เส้นทางคดเคี้ยวไปมา ถ้าขับรถไม่ชำนาญหละก็ ไม่อยากเสี่ยงเลย

สรุปแล้ววันแรกเพื่อนเลยพาไปดอยเหมือนกัน แต่เป็นดอยตุง 555

 

 

ทางขึ้นไปดอยตุงเป็นทางลาดยางอย่างดี รถเล็กขึ้นได้สบายมาก อากาศบนดอยตุงเย็นมาก  เดินชมรอบ ๆ มีดอกไม้สวยงามนานาชนิด ถ้าจะเข้าไปชมพระตำหนักดอยตุง ก็มีค่าเข้าชมคนละ 70 บาท  สวนแม่ฟ้าหลวง 80 บาท และหอพระราชประวัติ 30 บาท

 

 

หลังจากเดินชมความงามบนดอยตุงกันแล้ว ก็มานั่งพักกันได้ที่ร้านกาแฟดอยตุง 🙂 อากาศเย็นสบายๆ อย่างนี้ เลยจัด ม็อคค่าปั่นวิปครีม ไปหนึ่งแก้ว (หนาวๆ อย่างนี้ ต้องกินน้ำเย็นๆ เข้าไปปรับอุณหภูมิในร่างกายให้เท่าอากาศข้างนอก 555)   สูดบรรยากาศที่ดอยตุงได้พักใหญ่ ๆ  แผนต่อไป “แม่สาย” ข้ามไปช้อปปิ้งที่ พม่ากัน

 

 

ก่อนข้ามไปฝั่งพม่า เราต้องไปทำเอกสารผ่านแดนที่ ตม.ก่อนคะ หลักฐานก็ใช้บัตรประชาชน (อ้อ มาเที่ยวเชียงรายนี่ ต้องพกบัตรประชาชน ติดตัวไ้ว้ตลอดเลยนะคะ เพราะอาจโดนเรียกตรวจเมื่อไหร่ก็ได้  หรือไม่อาจต้องหัดร้องเพลงชาติไว้)  พร้อมทั้งเสียค่าธรรมเนียมคนละ 30 บาทคะ

 

ที่ตลาดแม่สาย จะมีสินค้าถูกๆขายมากมาย ที่เห็นเยอะๆ เป็นพวก สบู่สมุนไพร เครื่องใช้ไฟฟ้า แล้วก็ซีดี (ก๊อป) มากมาย

หมดไป 1 วันคะ  พรุ่งนี้เลยวางแผนว่าจะนั่งรถไปเที่ยวสามเหลี่ยมทองคำกัน (จริง ๆมาครั้งนี้ พลาดมาก ตรงที่ไม่ค่อยได้วางแผนอะไรเลย มาหาที่เที่ยวเอาข้างหน้าแท้ๆ )

พอเช้าเหมือนฟ้ามาโปรด เพื่อนโทรมาบอกว่า จะไปพาดอยช้าง!!!   มีอาจารย์ที่โบสถ์จะขับรถพาไปเที่ยว  เราก็ดีใจกันใหญ่   ตอนสายเพื่อนขับรถมารับแล้วพาไปกินข้าว เสร็จแล้วเราไปรับอาจารย์ที่บ้านพักกัน ระหว่างอยู่บนรถ คุยไปคุยมา เลยรู้ว่าอาจารย์ก็ยังไม่เคยไปดอยช้างเหมือนกัน   oh!!  แต่เพื่อนบอกว่าอาจารย์ขับรถขึ้นดอยทุกสัปดาห์  พวกเราเลยโล่งใจ   เอาหละ มุ่งหน้าดอยช้างกันลย !!!

ระหว่างทางก็ช่วยกันดูป้ายบอกทาง  ขับๆ ตามป้ายไปเรื่อยๆ  เอ๊ะ ทางมันเริ่มไปลำบากแฮะ จากถนนลาดยาง กลายเป็นดินรุกรัง มีหลุม มีหินบ้าง พวกเราเริ่มชักไม่แน่ใจว่ามาถูกทางหรือเปล่า รถสวนมาก็ไม่มี  ลองขับกันไปอีกสักพัก   นั่น!!! มีรถตักดินกำลังทำถนนอยู่  เอาหละสิ เราเลยจอดรถถามพี่ๆเค้าว่าทางนี้ไปดอยช้างได้มั้ย  พี่ๆเค้าบอกว่าไปได้ ขับไปเรื่อย ๆ  ค่อยยังชั่ว มาถูกทาง

 

                                                                      อันนี้แค่ทางเริ่มต้น ขับไปลึกๆ ทางเรียบๆ แบบนี้ไม่มีให้เห็นแล้ว

 

เราขับรถกันต่อ  เอ…ยิ่งขับทางยิ่งโหดแฮะ  บางช่วงต้้องค่อยๆขับ เหมือนคลานเลย บางช่วงเจอหินก้อนใหญ่ๆ พวกเราผู้โดยสารทั้ง 4คน ต้องลงมาเดิน แล้วให้อาจารย์ขับไปคนเดียว ไม่งั้นช่วงล่างพังแน่ๆ  (อ้อ…ลืมบอกไป พาหนะที่พาพวกเราไปดอยช้างครั้งนี้ เป็นน้องวีออส รถเล็กธรรมดานี่แหละ)   ขับๆ ไป ถ้าเจอทางชันมากๆ ก็ลงเดินอีก  ได้ยืดเส้นยืดสายกันเป็นระยะ  ระหว่างาทาง เจอชาวบ้านขับรถสวนมา ได้จังหวะ เลยถามว่าดอยช้างไปอีกไกลมั้ย รถเล็กไปได้มั้ย เพราะตอนนี้เราเริ่มเป็นห่วงรถแล้ว กลัวจะพังซะที่นี่ ทางโหดเหลือเกิน   พี่ชาวบ้านเค้าบอกว่า ไปได้ อีกไม่ไกล แล้วก็แอบมองเราแปลก ๆ  (ในใจไม่ไกล นี่ไม่ไกลแม้วหรือเปล่าหว่า)  โอเค!!! คนแถวนี้บอกไปได้ ก็น่าจะไปได้  ว่าแล้วไปต่อกัน….

 

เราขับ ๆ เดิน ๆ ทุลักทุเลกันพักใหญ่ๆ ก็มาเจอป้ายบอกทาไปโรงงานกาแฟดอยช้าง    …ดีใจสุดๆ  สักพักก็มาถึงโรงงานกาแฟดอยช้าง ด้านหน้าโรงงานเป็นลานตากกาแฟกว้าง ๆ จนท.กำลังเอาเมล็ดกาแฟมาตากกันอยู่เลย

 

 

 

ส่วนด้านใน จะเป็นโรงบ่มเมล็ดกาแฟ    แต่ที่ชอบที่สุดในตอนนี้  มีร้านกาแฟดอยช้างด้วย

 

ก่อนหน้านี้เคยได้ยินว่า เมล็ดกาแฟดอยช้างอร่อยติดอันดับต้นๆของประเทศไทย   ได้มีโอกาสมาชิมครั้งแรกที่โรงงานเลยนะนี่  สั่งม็อคค่าเย็นไป 1 แก้ว (จริง ๆ อยากซื้ออีกแก้วก่อนกลับ ไว้กินบนรถ แต่กลัวกินเยอะท้องเสีย หาห้องน้ำยากมาก)  กาแฟดอยช้างที่่นี่รสชาตินุ่ม อร่อยมาก (คือมันไม่ขมแบบแหลมๆ บอกไม่ถูกเหมือนกัน)

….มีความสุขอ่ะ กลิ่นกาแฟหอม ๆ รสชาดนุ่มๆ  คลุกเคล้าด้วยอากาศเย็นๆ  วิวภูเขาสลับกับต้นกาแฟสวยๆ 🙂

 

 

พนักงานที่นี่บอกว่ากาแฟดอยช้าง ส่วนใหญ่ส่งออกไปต่างประเทศ  แต่มีแบรนด์ร้านกาแฟดังๆ ในไทย ที่ใช้เมล็ดกาแฟดอยช้างหลายแบรนด์เหมือนกันน ถามเรื่องกาแฟน้องพนักงานกันสักพัก  น้องเค้าก็ถามเราบ้าง “พี่ๆ ขับมากันทางไหนคะนี่ มาได้ยังไง” เค้าคงเห็นรถที่เราขับมาแล้วสงสัย  เลยบอกว่ามาทาง แม่สรวย แล้วเลี้ยวมาทางตีนดอย  น้องพนักงานทำหน้าทึ่ง  แล้วบอกว่าทางนั้น ส่วนมากมาได้แต่รถใหญ่ (รถ 4×4 หรืออย่างน้อย ๆ ก็ควรเป็นรถกระบะ) นะพี่   โอ้!! ขอบคุณพระเจ้า ที่รถของเรารอดมาได้   ถึงว่าพี่ชาวบ้านคนนั้นที่เราเจอระหว่างทาง มองเราแปลก  ที่พี่เค้าบอกไปได้ คงเป็นการให้กำลังใจกันมากกว่ามั้งนี่

จะว่าไปแล้ว ที่ดอยช้างนี่ ระหว่างทางที่ผ่าน จะเห็นแต่ต้นกาแฟที่ชาวบ้านปลูกไว้ตลอดทาง จริง ๆ น่าจะเรียกที่นี่ว่า “ดอยกาแฟ” มากกว่า เพราะตั้งแต่มายังไม่เห็นช้างสักเชือก

 

กาแฟหมดแก้วแล้ว เดินทางต่อดีกว่า เป้าหมายต่อไป ” จุดชมวิวดอยช้าง”

ก่อนถึงจุดชมวิวดอยช้าง เราผ่าน “พุทธอุทยานดอยช้าง”  มีธรรมชาติและป่าไม้สมบูรณ์มาก แหล่งที่นักท่องเที่ยวมุ่งตรงมามากที่สุดเห็นจะเป็น “บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์”  เล่ากันว่าที่มีน้ำไหลเข้าไปในบ่ออยู่ตลอดเวลาไม่เคยแห้ง  บ่อน้ำแห่งนี้ เป็น 1 ใน 9 ของน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่นำไปกระทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาพุทธมังคลาภิเษก เนื่องในวโรกาศที่ในหลวง มีพระชนมายุครบรอบ 60 พรรษา  นักท่องเที่ยวที่แวะมา บางคนก็เอาขวดมาใส่น้ำที่นี่ติดมือกลับไปด้วย

บ่อปลาคาร์พ

 

ระหว่างที่เราแวะที่พุทธอุทยานดอยช้าง เริ่มเห็นนักท่องเที่ยวบ้างแล้ว เพราะตลอดทางตั้งแต่ทาง แม่สรวยถึงนี่ เรายังไม่เจอนักท่องเที่ยวสักคน  นักท่องเที่ยวส่วนมากที่ขึ้นมาเที่ยวที่นี่ จะมาเหมารถสองแถวเล็กกันมา (เพิ่งรู้เหมือกัน) รถสองแถวที่นี่จะบริการพาเที่ยว ดอยช้าง ดอยวารี แล้วก็แหล่งแวะชมตามทาง ก่อนเดินทางต่อไป “จุดชมวิวดอยช้าง” เราถามพี่คนขับรถสองแถว ว่าจากที่นี่อีกไกลแค่ไหน แล้วรถเราจะขึ้นไปไหวมั้ย  พี่คนขับก็บอก อีก 2 กิโล แต่ทางลำบากมาก (มีลำบากกว่าที่เราผ่านมาอีกหรอนี่ – -“)  แล้วก็ถามพวกเราว่า เหมารถเค้าไปมั้ย  600 บาท ไป-กลับ พาไปจาก “พุทธอุทยานดอยช้าง-จุดชมวิวดอยช้าง”  แต่อาจารย์ที่ขับรถพาเรามา ท่านบอกว่า เรามากันขนาดนี้แล้ว ขับไปเองน่าจะได้  เอาหละ เมื่อคนขับมั่นใจ เราก็พร้อม…

ระหว่างทางขึ้นไปจุดชมวิวดอยช้าง 2 กิโล ทางลำบากจริง ๆ คะ เราก็ใช้แผนเดิม ลงเดินบ้างบางช่วง (จริง ๆ ก็ไม่ลำบากไปกว่าทางที่เราผ่านมาเท่าไหร่) ใช้เวลาไม่นานนัก เราก็มาถึงแล้วววววว “จุดชมวิวดอยช้าง”

 

จากจุดจอดรถ มีทางเทปูนให้เราเดินขึ้นไป  2 ข้างทางเต็มไปด้วยดอกไม้

 จุดชมวิวด้านบน

 

 

 

 

 

ที่นี่เรียกว่า “ดอยช้าง” เพราะว่าเป็นภูเขารูปร่างเหมือนช้างแม่ลูกสองเชือก (ไม่มีรูปให้ดูนะคะ เพราะว่าเราอยู่กันบนหลังช้าง)

 

 เอ๊ะ!! หรือเป็นเพราะเจ้าตัวนี้ เลยเรียกที่นี่ว่า “ดอยช้าง”

 

 

ขึ้นมาถึงจุดชมวิวดอยช้างแห่งนี้แ้ล้ว อยากขอบคุณผู้สร้างธรรมชาติสวยๆ ให้เป็นของขวัญให้พวกเรา 🙂

 

ใกล้ค่ำแล้ว ได้เวลาเดินทางกลับ เดี๋ยวจะมืดแล้วจะขับรถกลับลำบาก (ยิ่งชำนาญทางกันอยู่ด้วย) ขากลับไปตัวเมืองเชียงราย เราเลือกกลับอีกทางนึง ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นทางที่เราควรจะใช้ทั้งไปและกลับ (สรุปคือว่า ขามา เราหลงทาง มาทางที่ไม่มีใครเค้าวิ่งกัน 555)  อ่ะ…ถ้าไม่หลง จะสนุกขนาดนี้หรอ  ครั้งหน้าถ้ามีโอกาสมาอีก จะขอจองที่พักค้างบนดอยช้างสักคืน 🙂 …. กลับก่อนนะ “ดอยช้าง”

 

 

ปล.เส้นทางจากเชียงรายไปดอยช้าง(ที่หลง)  ไปทางสายอำเภอแม่สรวย  -บ้านตีนดอย –โรงงานกาแฟดอยช้าง-ดอยช้าง  ระยะทางประมาณ 28 (จากแม่สรวย – ดอยช้าง) กิโลเมตร

Use Facebook to Comment on this Post


  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube