ยุโรป…ไม่เคยคิด…สวิส-ฝรั่งเศส-เยอรมัน….ไม่ไกลเกินฝัน

 ตอนที่ 1: เริ่มต้นก่อนเดินทาง…ทำวีซ่าเชงเก้นไม่ยากนะ

การเดินทางไกลที่สุดของชีวิตนักอยากเดินทางตัวเล็กๆ คนหนึ่ง  16 วันจากกรุงเทพสู่ “สวิส” ตีตั๋วรถไฟข้ามประเทศไปยังเมืองแฟชั่นของโลก PARIS ฝรั่งเศส” แล้วนั่งรถไฟข้ามต่อไปยังเมืองเบียร์ “เยอรมัน”  ปิดท้ายไปเยือนดินแดนบ้านเกิด Mozard”  ที่  Salzburg ออสเตรีย”  

สำหรับทริปนี้เป็นการเดินทางที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน การไปท่องเที่ยวใน “ทวีปยุโรป” ไม่เคยอยู่ในหัวของเราว่าอยากไปเที่ยวแถบนี้เลย เพราะเราคิดว่าราคาแพงแน่นอน คงไม่มีปัญญาไปเลยไม่เคยคิดอยากไป จนวันนึงน้องที่รู้จักกันมานาน “น้องส้ม” โพสต์ลงใน Facebook หาผู้ร่วมเดินทางไปแบ็คแพคทัวร์ยุโรป มีตั๋วเครื่องบินโปรโมชั่นราคาพิเศษของการบินไทย เท่านั้นล่ะพอเราเห็นข้อความก็โทรไปหาน้องคุยกันไม่กี่คำสรุปคำตอบว่า “พี่ไปด้วย” จากความคิดที่ยุโรปไม่อยากไปเที่ยวกลับกลายเป็นการเสิร์ซหาข้อมูลประเทศต่างๆ ในยุโรปที่เราจะไปแทน  จุดมุ่งหมายหลักของการไปในครั้งนี้ของน้องส้มคือการไปเยี่ยมญาติซึ่งอยู่ที่เมือง Gottingen ประเทศเยอรมนี

หลังจากที่คุยกันถึงการเดินทางว่าใครอยากไปเที่ยวที่ไหนบ้างก็มาสรุปประเทศที่จะไปกัน “สวิส-ฝรั่งเศส-เยอรมัน” คือคำตอบสุดท้าย โดยมี Salzburg ออสเตรีย  เป็นเมืองปิดท้าย ถ้าเวลาเหลือ จากจุดเริ่มต้นที่ว่าตั๋วเครื่องบินราคาถูก พวกเราเลยจองตั๋วเครื่องบินก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าวีซ่าไม่ผ่านพวกเราก็เสียเงินฟรีแน่นอน  แต่ด้วยระยะเวลาที่เปิดให้จองตั๋วเครื่องบินจากไทยไปลงซูริคและกลับที่แฟรงเฟิร์ตใกล้หมดเขต  เราจึงต้องเสี่ยงกันดูสักตั้ง!!!  คราวนี้แผนต่อไปเราต้องทำเอกสารขอวีซ่าท่องเที่ยงเชงเก้นให้ผ่าน!! อย่างเดียวเท่านั้น พวกเราใช้เวลาเตรียมตัวล่วงหน้าประมาณ 3 เดือน

เรารวบรวมเอกสารทั้งหมดที่ต้องใช้ในการทำวีซ่าเชงเก้น โดยเราเลือกขอที่สถานฑูตเยอรมันเพราะจุดหมายหลักของเราคือประเทศเยอรมันซึ่งจะอยู่นานที่สุด วีซ่าเชงเก็น (Schengen Visa) นั้นสามารถเดินทางเข้าออกประเทศในแถบยุโรปที่เป็นสมาชิก ซึ่งตอนนี้มีอยู่ 25 ประเทศ ประกอบไปด้วยประเทศ Austria, Belgium, Czech Republic, Denmark, Estonia, Finland, France, Germany, Greece, Hungary, Iceland, Italy, Latvia, Lithuania, Luxembourg, Malta, Netherlands, Norway, Poland, Portugal, Slovakia, Slovenia, Spain, Sweden, Switzerland   ซึ่งการขอวีซ่าเชงเก้นว่าจะไปขอประเทศไหนก็ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายการเดินทางท่องเที่ยวของแต่ละคน  เท่าที่เรารู้สามารถยื่นขอวีซ่าเชงเก้นในประเทศแรกที่ไปถึงหรือประเทศที่เราจะพำนักอยู่นานที่สุดก็ได้ทั้ง 2 แบบ  

 เอกสารต่างๆ ที่ต้องเตรียมสำหรับยื่นขอวีซ่าเชงเก้น

1.หนังสือเดินทาง(Passport) ฉบับจริงที่ยังมีอายุการใช้งาน

2.รูปถ่ายแบบไบโอเมตริก 2 ใบ (แนะนำให้ถ่ายที่สถานฑูตเลยมีบริการพร้อม)

3.แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าเชงเกนที่กรอกข้อความครบถ้วน 1 ฉบับ

4.หลักฐานการประกันสุขภาพและอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางตลอดระยะเวลาที่ขอพำนัก วงเงินความคุ้มครองไม่ตํ่ากว่า 30,000 เหรียญยูโร และต้องรวมบริการนำตัวกลับประเทศในกรณีเจ็บป่วยด้วย

5.หนังสือรับรองจากธนาคารและสมุดบัญชีเงินฝากที่แสดงการเคลื่อนไหวทางด้านการเงินย้อนหลัง 3 เดือนสุดท้าย

6.หลักฐานยืนยันการจองที่พัก(สามารถเข้าไปจองที่พักก่อนแบบที่สามารถยกเลิกได้ที่ www.booking.com)  ใบจองตั๋วเครื่องบิน

7.หนังสือรับรองการทำงาน

8.ค่าธรรมเนียมในการดำเนินการราคา 60 เหรียญยูโร (ตอนเราไปยื่นวีซ่าจ่ายไป 2400 บาท)

และเมื่อเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้ว ก่อนไปยื่นเอกสารที่สถานทูตเราต้องโทรศัพท์นัดหมายวัน-เวลา ที่จะมายื่นคำร้องกับศูนย์บริการข้อมูลก่อนที่หมายเลข 1900 222 343 วันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 17.00 น. เท่านั้น จากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้โค๊ดเรามา เพื่อเอาไปยืนยันในวันที่จะไปยื่นเอกสาร

เอกสารทุกฉบับให้ถ่ายสำเนาไปด้วยอย่างละชุดนะ ถ้ายังสงสัยอะไรสามารถคลิกเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็ปของสถานฑูตเยอรมัน http://www.bangkok.diplo.de ซึ่งทางสถานฑูตจะใช้เวลาในการพิจารณาเอกสารว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านประมาณ 5 วันทำการนะ

แล้วก็มาถึงวันที่เราต้องไปยื่นเอกสารที่สถานฑูตเยอรมัน ซึ่งตั้งอยู่ที่ ถ.สาทรใต้ เราเลือกใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินลงสถานีลุมพินี ทางออก 2 เรานัดกับน้องส้มที่หน้าทางขึ้นสถานีเพื่อเดินไปพร้อมกัน เมื่อตรวจเช็คเอกสารว่าเขียนเรียบร้อยกันไหม ด่านแรกที่เราเจอคือต้องตรวจกระเป๋าและฝากมือถือไว้ในล็อกเกอร์ข้างหน้า จากนั้นก็จะถึงด่านตรวจเอกสารว่าแต่ละคนเตรียมมาครบหรือไม่ เจ้าหน้าที่ถึงจะดูหน้าโหดพูดจาดุดันไปหน่อย แต่แววตาของพี่เค้าแฝงไว้ด้วยความใจดีนะ ไม่ต้องกลัวกันไป พี่เค้าก็เอาทุกอย่างไปตรวจดูก็บอกว่าของเราสามารถยื่นต่อไปได้ แต่ของน้องส้มที่จะไปด้วยกันเอกสารไม่ครบ เจ้าหน้าที่ก็แนะนำว่าต้องไปเตรียมอะไรเพิ่มเติมมาบ้าง เราเลยตัดสินใจกันว่างั้นรอมาอีกครั้งพร้อมกันดีกว่า

ครั้งที่ 2 ของการมายื่นวีซ่า คราวนี้เอกสารพร้อมได้ผ่านเข้าไปข้างใน  ซึ่งวันที่เราไปคนไม่ค่อยเยอะเท่าไร รอคิวไม่นานมาก เจ้าหน้าที่ด้านในที่ต้องตรวจดูเอกสารอีกรอบและสัมภาษณ์เราในวันนั้นเลย ก็จะถามประมาณว่าไปทำอะไรที่เยอรมันกี่วัน ไปประเทศอะไรบ้าง  เป็นอะไรกับคนที่จะไปด้วยกัน อย่างของเราใน Passport  มีวีซ่าสแตมป์ไปญี่ปุ่น 3 ครั้ง เขาก็ถามเราว่าไปทำอะไรที่ญี่ปุ่นบ่อยๆ คำถามประมาณนี้ จากนั้นเขาก็ให้ไปเสียเงินค่าวีซ่า   แจ้งวันมารับ Passport  แล้วก็มาลุ้นกันเองในวันนั้นว่าจะได้ตราประทับวีซ่าเชงเก้นหรือไม่ ตื่นเต้น!!!

5 วันผ่านไปเราไปรับเล่ม Passport หน้าสถานฑูตต่อแถวกันยาวมาก คิดว่ามีประท้วง ปล่าวเลย ถามเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ด้านหน้าบอกว่าเค้าก็มารับเล่ม Passport กันนั่นแหละ เราเจอเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารคนเดิม เราเอาเอกสารที่ใช้สำหรับการรับเล่มยื่นให้เขาก็ไปหยิบให้ เรารีบเปิดดูอย่างลุ้น สุดท้ายตราประทับวีซ่าเชงเก้นก็อยู่ใน Passport  ของเราทั้งสองคน เย้ในที่สุดก็ได้ไปเที่ยวยุโรปแล้ว

 

เมือง Luzern

 

 

วิวระหว่างนั่งเรือไปขึ้นยอดเขา Rigi

วิวทางรถไฟขึ้นยอดเขาRigi

เทือกเขาแอลป์มองจากยอดเขา Rigi

Top of yurope Jungfraujoch

หอไอเฟลสัญลักษณ์ PARIS

ไอเฟลยามค่ำคืน

ประตูชัย

เมืองมิวนิก เยอรมัน

กำแพงเบอร์ลิน

เมืองเบอร์ลิน

 

                                                                                                                                                                                                                            “ณฉัตร”

Use Facebook to Comment on this Post


  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube