เนปาลรำลึก ตอนที่ 1 : Do you believe in destiny?

“ma lai nepal man parcha” ภาษาเนปาลีประโยคนี้แปลได้ว่า  “ฉันรักเนปาล” 

ข้าวคิดว่าความรู้สึกนี้เคยเกิดขึ้นกับใครหลายๆคนที่เคยไปเนปาลมาแล้ว

หรือยังมีใครอีกหลายคนที่ไม่เคยไปแต่กลับรู้สึกว่าหลงรักเนปาล ชนิดที่เรียกว่า 

“I knew I love you before I meet you” ถ้ามีใครเป็นแบบนี้ยกมือขึ้นค่ะ เพราะเราเป็นพวกเดียวกัน

ข้าวหลงรักเนปาลอย่างมากมายก่อนที่ข้าวจะได้มีโอกาสเดินทางไปเนปาลเมื่อปีที่แล้ว

ตอน เด็กๆข้าวจำไม่ได้หรอกค่ะว่าทำไมถึงได้รู้จักประเทศนี้ คำว่า “เนปาล” มันเข้ามาในความคิดของข้าวได้ยังไง ข้าวนึกไม่ออก   ข้าวไม่รู้ซ่ะด้วยซ้ำว่า Mt. Everest อยู่ที่เนปาล เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย ไม่รู้ซ่ะด้วยซ้ำว่าประเทศนี้มันอยู่ตรงไหนของแผนที่โลก สิ่งเดียวที่ข้าวรู้ก็คือข้าวอยากไปเทือกเขาหิมาลัย เพราะข้าวคิดแบบเด็กๆว่า หิมาลัย คือป่าหิมพานต์ของพระพุทธองค์นั้นเอง

หรือจะเป็นเพราะนิสัยติดนิยายสมัยตอนเรียนม.ต้น จนทำให้ข้าวได้อ่านหนังสือเรื่องนึงชื่อว่า

“พบกันใต้ดวงดาว” (ของโสภาค สุวรรณ) นวนิยายที่มีฉากหลังเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับธิเบตและหิมาลัย

หรือ จะเป็นเพราะข้าวได้ดูหนังเรื่อง “Seven years in Tibet” จากที่เคยใช้จินตนาการตอนอ่านหนังสือนิยายเกี่ยวกับหิมาลัยและธิเบต  ในที่ สุดข้าวก็ได้เห็นภาพจริงๆจากแผ่นฟิล์ม

ภาพภูเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวเป็นสันเขายาวไกลจรดเส้นขอบฟ้า,องค์ดาไล ลามะ และ ธงธรรมะ สีสันสดใส พัดไหวไปตามกระแสลม

มันก็แค่ความฝันของเด็กผู้หญิงคนนึงที่เริ่มต้นด้วยคำว่า “หิมาลัย” 

จากวันนั้นกว่าที่ข้าวจะได้ไปเนปาลข้าวใช้เวลามากกว่า 10 ปี ไม่ต้องคิดมากคะ

ว่า ทำไมมันนานขนาดนั้น  กว่าข้าวจะเรียนจบปริญญาตรี ทำงาน และเรียนต่อปริญญาโทจนกระทั่งมีรูปรับปริญญาแปะฝาบ้านได้ ความฝันของพ่อแม่ ข้าวทำสำเร็จแล้ว แล้วความฝันของข้าวเองล่ะภาพถ่ายของข้าวกับภูเขาหิมาลัย ในที่สุดข้าวก็ออกเดินทางเพื่อทำตามความฝัน

Do you believe in destiny?

คุณเชื่อในเรื่องพรหมลิขิตมั๊ยละคะ

จนกระทั่งตอนนี้ ตอนที่ข้าวไปเนปาลมาแล้ว ได้เห็นเส้นขอบฟ้าที่หิมาลัยอย่างที่ตั้งใจแล้ว

ข้าวก็ยังคิดไม่ออกเลยค่ะว่าข้าวรู้จักคำว่าเนปาลได้ยังไง

 

แต่ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องของโชคชะตา หรือ ลมพัดมาให้เข้าหู ช่วงเวลานี้ของปีที่แล้วข้าวและเพื่อนๆอยู่ที่เนปาลคะ

การเดินทางของเราเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 8 ธันวาคม 2551

 

ตามกำหนดการ เดิมข้าวและเพื่อนๆต้องเดินทางไปเนปาลในช่วงวันที่ 1 – 5 ธันวาคม แต่เนื่องจากตอนนั้นมีสถานการณ์ทางการเมืองทำให้พวกเราต้องเลื่อนการเดินทาง เป็นวันที่ 8 – 12 ธันวาคม

ด้วยเจ้า RA 0402 บินตรงจาก Bangkok to Kathmandu  ใช้เวลา 3 ชั่วโมง

และคุณคะ ข้าวได้เห็นหิมาลัย ครั้งแรกก็จากเจ้าเครื่องบินลำนี้ละคะ

ก่อน เข้าหุบเขากาฐมัณฑุ พี่หนุ่มหัวหน้าแก๊งส์ ผู้ที่ไปเนปาลมาแล้วไม่น้อยกว่า 15 ครั้ง (พี่เค้าไม่ได้เป็นชาวเนปาล แล้วเจอมักกะลีผลที่ป่าหิมพานต์หรอกนะคะ พี่เค้าเป็นไกด์แลนด์อินเดีย เนปาล ธิเบต แชรงกีร่า คะ แต่ครั้งนี้เค้าไปในฐานะพาน้องๆไปเที่ยวทุกอย่างตามใจน้องๆคะ)

“พวกเรามองทางขวามือนะ  นั่นคือ ยอดเขาเอเวอเรสต์ และเทือกเขาหิมาลัย”

“แต่ไม่ต้องรีบร้อน แด้วพี่จะบอกกัปตันให้บินวนสามรอบ”

ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นภูเขาน้ำแข็ง หรือภูเขาหิมะมาก่อน ตื่นเต้นมากมายคะ มันงงๆ ว่าขาวๆ นั่นก้อนเมฆ หรือ หิมา

 

8.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศเนปาล เจ้า RA ก้อพาเราเข้าสู่หุบเขากาฐมัณฑุ และสนามบินตรีภูมิวัน ณ เวลาวินาทีแรกที่ข้าวลงจากเครื่องบิน  ข้าวแทบจะอยากก้มลงกราบ แผ่นดินแม่!!

 

หลังจากผ่านตม. เรียบร้อยแล้ว สำหรับการเดินทางครั้งนี้เราไปเยี่ยงราชนิกุลคะ เพราะฉนั้นเรามีพี่ๆชาวเนปาลีคอยต้อนกลับ เฮ้ย คอยต้อนรับ พาพวกเราขึ้นรถมินิบัส ขอย้ำว่า มินิบัสนะคะ เพราะทริปนี้ไปกันมากมายคะ

จุด มุ่งหมายของเราคือไปยังโรงแรมที่พักย่าน Thamel คะ แต่คุณค่ะ ข้าวจะบอกให้กว่าจะผ่านจากสนามบินได้ รถติดไม่เท่าไหร่คะ แต่เสียงแตรนี่ซิคะ ตลอดเวลา ประมาณว่า นมัสเต อีนี่ขอทางหน่อยจ้า นมัสเต อีนี่ขอทางหน่อยจ้า

ข้าวอ่ะไม่เท่าไหร่ แต่มีเพื่อนข้าวบอกคนบอกว่า “ชั้นจะเส้นประสาทแตก”

โอ้ววว อีนี่จะบอกให้นะจ้ะ  ว่ามรึงต้องทำใจ เพราะดินแดนภารตี เสียงแตรคือดนตรีจากสวรรค์ ฮาาาา

จากการสังเกตุและค.ว.ย. (คิดไรอ่ะ) คือการคิดวิเคราะห์อย่างแยบยลของข้าวเองนะ กาฐมัณฑุ

มา จากคำว่า “การ์ดมันดุ ” เพราะอะไรนะหรือคะ บนถนนเต็มไปด้วยตำรวจที่ถือไม้กระบอง ประเทศนี้มีไฟสัญญาณการจราจรนะคะ   แต่รถเคลื่อนไหวตามคำสั่งและกระบอองในมือตำรวจ

และแล้วเราก็มาถึงย่าน Thamel

 

ข้าวและเพื่อนๆ พักที่โรงแรม Thamel Hotel คะ และคืนแรกในเนปาล เราก็ดื่มด่ำกับบรรยากาศและกลิ่นแขก(ล้อเล่นคะ ไม่มีหรอก) ย่านทาเมล เหมือนข้าวสารบ้านเราคะ เต็มไปด้วยโรงแรม เกสต์เฮาส์ บริษัททัวร์รูปแบบต่างๆ ร้านอินเตอร์เนต ผับ บาร์ แหล่งชอปปิ้ง ฯลฯ ข้าวเจอร้านอาหารไทยด้วยนะคะชื่อร้านครัวไทย (ดีจังเลย) แล้วก็ตามนิสัยคะ lonely planet บอกไรไว้ต้องหาให้เจอ

ร้านหนังสือของอังกฤษที่ใหญ่ที่สุดใน KTM.

 

คืนแรกในเนปาลผ่านไปด้วยดี มีเพื่อนสองสามคนหนีไปเที่ยวผับ  “Funky Buddha”

แหมไม่ยอมชวน รู้นะว่าแอบไปโชว์สเตป “ข้าวสารเรียกพ่อ ทองหล่อเรียกพี่” 555

 

namaste namaste , Ta pai lai kas to cha?

(hello , how r you?)

เช้าวันนี้เริ่มต้นด้วยความสุขคะ อากาศเย็นกำลังดี

ทาเมลตอนเช้าๆ นี้ช่างแตกต่างกับเมื่อคืน ตอนเช้ามันดูสงบเงียบ ถามพี่ชาวเนปาลี เค้าบอกว่า

คนเนปาลีจะทำงานตอนสายๆประมาณเก้าโมง – สิบโมง  ดีแท้เน้ออออ…

(ความใฝ่ฝันของข้าวคือการเข้างานตอน 10 โมง  สงสัยต้องไปอยู่เนปาลซ่ะแล้ว)

วันที่ 2 ในเนปาล  เราต้องเดินทางไป Pokhara คะ

วันนี้ข้าวต้องไป Namaste !!  เจ้าหางปลา, ยอดเขาแอนนาปุรณะ,ทะเสสาปเพวา, น้ำตกเดวี่

คุณหิมาลายาอีก 6 ชั่วโมงเราจะได้เจอกันแล้วนะ ^ – ^

 

จาก Kathmandu to Pokhara ประมาณ 200 km. แต่ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง

โพคราเป็นเมืองทางทิศตะวันตกของกาฐมัณฑุ ถูกรอบล้อมด้วยหุบเขาแอนนาปุระซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง

ของเทือกเขาหิมาลายาหรือหิมาลัยคำเรียกที่เราคุ้นเคย

โพคราเป็นจุดเริ่มต้นของการพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก Mt. Everest

 

จากกาฐมัณฑุสู่โพครา พวกเราได้เจอกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวเนปาลี จริงๆแล้วชาวเนปาลีมีทั้งที่เป็นชาวพุทธ (เหมือนพี่ชาวเนปาลสองคนที่มาดูแลเรา เป็น new generation Buddha, สืบทอดมาจากตระกูลศักยวงศ์) และชาวฮินดู นอกจากนี้เนปาลยังแบ่งกลุ่มชนพื้นเมืองออกเป็นกลุ่มต่างๆ เช่น ชาวเนวาร์ ที่ถือว่าเป็นเนปาลดั้งเดิม กับชาวเนปาลีที่เกิดจากการผสมระหว่างชนพื้นเมืองสมัยใหม่ นอกจากนี้ก็ยังมีชนเผ่าต่างๆอีกมายมาย ข้าวจำได้แค่นี้ละคะ

ระหว่าง ทางที่เราเดินทางไปโพคราเกิดอุบัติเหตุด้วยคะ ทำให้รถติดนานเกือบสองชั่วโมง  ข้าวกับเพื่อนก็มีเวลาถ่ายรูปกันอย่างเต็มที่ นอกจากนี้พวกเรายังเอาปลาเส้นทาโร่ ไปแจกเด็กๆชาวเนปาลีด้วยนะคะ อย่าเข้าใจผิดว่าพวกเราเป็นแม่พระ หอบขนมจากเมืองไทยแจกเด็กๆไกลถึงเนปาล หรือเข้าใจผิดว่าพวกเราไปทำการตลาดให้ทาโร่ ป่าวเลยคะ ปลาเส้นที่มีจะเอาไปกินเอง แต่พอเกิดอุบัติเหตุ ทำให้เราต้องรอ เพื่อนๆก้อหยิบขนมขึ้นมากิน แต่ช้าก่อน เด็กๆเต็มไปหมดเลยอ่ะ ตัวมอมแมม ดำๆ ขี้มูกเกราะกรัง มองตาละห้อย

พวกเราทั้งหมดเลยสวมวิญาณนางงามจักวาล รักเด็กซ่ะงั้น ลำบากไม่ว่าได้หน้าเป็นพอ

นี่เป็นหนึ่งในบรรดาผู้เข้ารอบนางงามใจดีคะ ^-^

 

หลังจากที่ชาวเนปาลีเคลียร์ปัญหากันได้แล้ว พวกเราก็เดินทางต่อไปคะ เส้นทางนี้อีกยาวไกล

ผ่านมาได้แค่ 6 ชม. ตอนนี้ก้อจะสี่โมงอยู่แล้วจะได้ทันเห็นมองโพคราก่อนค่ำมั๊ยนี่

ซ้ำร้ายถ้าไปถึงมืดอดล่องเรือทะเลสาปเพวาด้วยนะ  เฮ้อ งานเข้า !!!

“trishu li river”

 

ก่อนเข้าสู่โพครา เราจะต้องผ่านบริเวณชายแดนประมาณว่าเลี้ยวขวาไปโพครา เลี้ยวซ้ายไปอินเดีย   (ผ่านลุมพินี, เข้าสู่สิกขิม) แต่ถ้าเราข้ามสะพานนี้ไปผ่านแม่น้ำ  trishu li river แปลว่ามาถูกทางคะ

นั่ง รถมาได้ซักพัก ระหว่างทางเราก็เห็นหิมาลัยอยู่ไกลๆ ข้าวไม่ยอมหลับตาเลยคะ ภูเขาสีขาวๆ ที่โผล่มากลางท้องฟ้า ใครจะไปหลับตาลงละค่ะ

ข้าวรู้สึก ขอบคุณธรรมชาติมากๆเลยคะ ที่สร้างสิ่งสวยๆให้กับโลกใบนี้ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วนะคะที่ข้าวคิดว่าข้าวได้เห็นภาพวาดจากสวรรค์  (ครั้งแรกน้ำตกทีลอซู ตอนหน้าฝน  ปี 45 คะ มันสวยมาก แบบไม่รู้จะบรรยายได้ยังไง ขอบคุณสวรรค์ว่าวาดภาพได้สวยจังเลย)

ขณะ ที่ข้าวมองภาพสวรรค์ภาพนั้น คนเดียวที่ข้าวอยากให้มาเห็นภาพนี้ด้วย คือแม่คะ ข้าวนึกถึงแม่ อยากให้แม่ได้มาเห็นความสวยงามเหมือนที่ข้าวเห็น วันข้างหน้าข้าวแม่คงได้พาแม่มาเนปาล

และแล้วประมาณ สี่โมง เราก็มาถึง น้ำตกเดวี่ ค่ะ

 

น้ำตกเดวี่เป็นอนุสรณ์สถานความรักของชายชาวต่างชาติคนนึงที่ชื่อ devi  เค้าเลือกที่จะเสียชีวิตพร้อมคู่รักของเค้าที่น้ำตกแห่งนี้  ต้องขอบคุณอีกหนึ่งคู่รักที่ทำให้เห็นว่า ความรักทำให้คนเราทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิตของตัวเอง อย่างน้อยสองคนนี้ก็ไม่ต้องมานั่งร้องเพลง รักแท้ยังไง เพราะเค้าคงได้คำตอบแล้วละคะ

 

น้ำตกเดวี่ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Patale Chago นะคะ วันที่ข้าวไป น้ำตกมีน้อยมากเลยคะ เราต้องชะโงกลงไปมองน้ำตกที่มีความลึกมากกว่า 100 เมตร ข้าวว่าถ้าไปช่วงที่น้ำเยอะคงสวยกว่านี้คะ

ที่น้ำตกเดวี่ บริเวณด้านนอกน้ำตกจะเป็นร้านขายของที่ระลึก แต่ที่ทำให้เราระทึก็เมื่อชาวเนปาลีบอกเราว่า ” สวัสดี ” “สวัสดี” อืม รู้แล้วไม่ต้องตอกย้ำคนไทยแชมป์นักชอปนะยะ

จากน้ำตกเดวี่ ข้ามไปฝั่งตรงข้ามจะเป็นศูนย์อพยพชาวธิเบต ที่นี่จะมีการสาธิตการทอพรมจากขนจามรี แล้วก็มีร้านขายของที่ระลึก ส่วนใหญ่จะเป็นพรมจากขนจามรีคะ

ขอบอกว่าพรมขนจามรีบางผืน ราคาเป็นหมื่นๆ ได้แต่มอง ได้แต่มอง

 

 คุณยายชาวธิเบตันใจดีนะคะ ถามไรตอบไม่ได้ แต่แกก้อยิ้มให้อย่างจริงใจ

 

 ที่เห็นก้อนไหมพรมสีต่างๆ นี่คือขนเจ้าจามรีนะคะ

ที่นี่พี่หนุ่มและพี่ชาวเนปาลีเอาเสื้อกันหนาวไปแจกน้องๆด้วยคะ เป็นเสื้อกันหนาวที่นำเข้าจากประเทศไทยเชียวนะ น้องๆเค้าจะรู้มั๊ยเน้อว่า ได้ใส่เสื้อกันหนาวอิมพอร์ต 555

ทริปนี้เอาแต่พ่อพระแม่พระมารวมกัน ซ่ะงั้น

และ อาจเป็นเพราะบุญกุศลที่บริจาคทาโร่และเสื้อกันหนาว สงสัยบุญติดไอพ่นส่งผลให้เราไปถึง    โพคราได้ทัน และมีเวลามากพอที่จะล่องเรือชมทะเลสาปเพวา หรือ เฟวา

 

ก่อนลงเรือพี่ชาวเนปาลีก้อบอกว่า เนื่องจากทะเลสาปเพวาเป็นทะเลสาปศักดิ์สิทธิ์ เบืองหลังของทะเลสาปคือยอดเขามัจฉาปุชเร บริเวณนี้ทั้งหมดเป็นที่สิงสถิตย์ของเทพเจ้า

ดังนั้นพวกเราต้องศักการะด้วยการร้องเพลงให้พระเจ้าฟัง!!!

ไม่รู้จริงหรือไม่จริง แต่พวกเราก็ร้องเพลง ขุดกันมาหมดแรกๆก้ออันเชิญ กอล์ฟ ไมค์

โฟร์ มด  ซักพักก็พี่น้องครับ คาราบาวครับผม (ข้าวก้ออยากร้องเพลงของซุปเปอร์จูเนียร์ บ้างเหมือนกันและ แต่มันไม่เข้าพวก ) รู้สึกว่าจะมีร้องเพลงคณะ เพลงมหาลัยด้วยนะ และท้ายที่สุดเพลงไทยลูกทุ่ง จากพี่หนุ่ม “ล่องเรือมาหารัก” เหมาะกับวัยและหน้าตาที่ซู๊ดดดดดดดดดดดด

เท่านั้นยังไม่พอมีพี่อีกคนขุดไปถึงก้นทะเลสาป จึงได้เพลง โอ้ ละหนอ ดวงเดือน….

แต่เพลงที่ถูกเลือกสำหรับการล่องเรือเพื่อบูชาเทพเจ้าคือเพลงนี้คะ

Resham phi-ri-ri, Resham phi-ri-ri Udera jau ki dan-dama-bhanjyang Resham phi-ri-ri.

เป็นเพลงเนปาลีคะ และทุกวันนี้ก็มีหลายคนที่ยังคงร้องเพลงนี้ได้คะ

 

ล่องเรือดื่มด่ำกับความโรแมนติกของเมืองโพครา เมืองที่มีหุบเขาแอนนาปุระณะเป็นฉากหลัง

เห็นเจ้าหางปลา (fish tail) อยู่ไกล….ไกล…..

บ้านเมืองเหมือนบ้านตุ๊กตา หลังเล็กๆ สีสัน สดใส

ถ้า ใครเคยดูหนังเรื่อง “เฟวา โพครา ดวงตา ความรัก” ถ้าคุณคิดว่าในหนังมันโรแมนติกมากมาย   คุณรู้มั๊ยคะ ว่าเมื่อได้ล่องเรือในทะเลสาปเพวา หนังเรื่องนั้นเทียบไม่ได้กับสิ่งที่เกิด ขึ้นจริงตรงหน้าเลยคะ  Kas to rahm ro  แปลว่า How beautiful

ใคร ที่ถูกขอแต่งงานที่นี่ยังไงก็ต้องตอบตกลงแน่ๆ บรรยากาศเป็นใจ เป็นตัว เป็นสมอง เพราะฉนั้นอย่าได้รอช้าปีหน้าไปขอใครแต่งงานที่โพคราดีกว่าคะ Will you marry me? hahaha

ตรงกลางทะเลสาปเพวาจะมีวัดบาลาฮี (Barahi Temple) เป็นวัดชาวฮินดูคะ

หลังจากล่องเรือเสร็จแล้วพวกเราก็มุ่งหน้าไปยังโรงแรมที่พัก Meera Hotel

พรุ่งนี้ข้าวต้องไปพบ MR. fish Tail คะ

สำหรับคืนนี้ในโพคราช่างมีความสุขมากมายคะ ^-^

Use Facebook to Comment on this Post


  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube