เส้นทางท่องเที่ยวบนดอย จ.เชียงราย

“เที่ยวทั่วไทยไปกับรัฐสภา” ประจำวันที่ 29 มกราคม 2555
ดำเนินรายการโดย “พี่หนุ่ม สุทน รุ่งธัญรัตน์” นักจัดรายการวิทยุมากด้วยประสบการณ์ด้านแหล่งท่องเที่ยว
และ “น้องนิส นิสลา คุ้มพงศ์”

 

เทปนี้ พี่หนุ่ม จะพาเราไปขึ้นดอยที่ จ.เชียงรายกันคะ

มีดอยอะไรกันบ้าง ติดตามฟัง-อ่าน ได้เลยคะ

 

เราจะไปสัมผัสดอยต่าง ๆ การเดินทางหลายคนชอบสัมผัสอากาศหนาว แต่ไม่ไม่ชอบอากาศด้านล่าง ชอบอากาศด้านบน ซึ่งพอขึ้นไปนี่มันจะหนาวเหน็บเลยนะครับ  ฉะนั้นเรื่องของการเที่ยวดอยต่าง ๆ เรายังไม่เคยพูด  บังเอิ๊ญบังเอิญในปีนี้ 2555 ที่จ.เชียงรายเค้ามีการเฉลิมฉลอง 750 ปี เมืองเชียงราย  เมืองนี้เค้าสร้างมาในปี 1805 แล้วมาลบกับ 2555 ก็ 750 ปี  แน่นอนว่าเค้าคงมีการเฉลิมฉลองอะไรในเมืองเค้า

แต่พี่หนุ่มมาคิดว่า 750 ของเชียงราย เรามาชวนไปเที่ยวขุนเขาในที่สูง ๆ เราจะเริ่มออกจากเมืองเชียงรายไปที่ อ.แม่สรวย อำเภอนี้มีเส้นทางที่จะเลี้ยวไป 1 ดอย นั่นคือ “ดอยวาวี”  ดอยวาวีเชื่อว่าเราต้องรู้จัก

ความเป็นมาของดอยนี้นี่ ต้องย้อนกลับโน่นเลย  ในสมัยปี 2526 ตอนนั้นเค้าบอกว่าในสมัยนั้นถ้าเผื่อใครรู้จักดอยแม่สลอง บนในมีกองพล 93 อพยพเข้ามาอยู่บริเวณของเมืองเชียงราย แล้วส่วนหนึ่งเค้าอพยพมาอยู่ที่ดอยวาวี แล้วตอนนั้นมานี่ บริเวณนี้เป็นการปลูกฝิ่นมากกว่าปลูกชา แน่นอนว่าเมื่อมีการปลูกฝิ่นมากกว่าปลูกชา สองดอยนี้ระหว่างดอยวาวี กับ ดอยช้าง อยู่ในตำบลเดียวกัน  ดอยช้างขึ้นอยู่กับตำบลวาวี  คุณจะขึ้นดอยไหนก่อนก็ได้  แต่เดี๋ยวจะบอกว่าจะขึ้นดอยไหนก่อน

พูดถึงดอยวาีวี ชาวจีนฮ้อ จีนยูนาน จีนไต้หวัน เค้าอพยพมาอยู่ อย่างที่บอกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ พระองค์ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ทราบเรื่องราวต่างๆ ของการปลูกฝิ่น ระหว่างดอยวาวีและดอยช้าง เมื่อมีการปลูกฝิ่นก็มีเรื่องของยาเสพติดเกิดขึ้น เรื่องของการถางป่าเพื่อปลูกฝิ่น ทำให้ภูเขาหัวโล้น แน่นอนว่าเมื่อพระองค์ทรงทราบก็ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หาพืชพันธุ์ไม้เมืองหนาว ผลไม้เมืองหนาวไปปลูก

แต่เค้าบอกว่าดอยวาวีมีปลูกในเรื่องของส้มแล้วก็ลิ้นจี่ ชานี่แน่นอนมีมาก แล้วยังมีท้อ มีบ๊วย อีก  แต่เค้าบอกว่าส้มอร่อยนะที่ดอยวาวีนี่ ส่วนชาไม่ต้องพูดถึงเนื่องจากอากาศร้อนกับอากาศเย็นไม่หนาวมาก ชารสชาดจะดี  แต่คุณเดินทางไปเที่ยวที่นี่ ขาหมูนี่สุดยอด เค้ามีร้านอาหารเป็นของชาวจีนยูนาน แล้วยังมีผักสดๆ ปลอดสารพิษ  มีเห็ดสดๆ ผัดกับน้ำมันเห็ด มีน้ำจิ้มเด็ดๆ นะ  พอรับประทาน ขาหมูเอย ผักสดๆ มีต้มซุบดี ๆ เสร็จแล้วปิดท้ายด้วย ชาอู่หลง เป็นการขับไล่ไขมันที่เข้าไปสักครู่นี้

พอออกจากดอยวาวีก็มา “ดอยช้าง” อย่างที่บอกว่าดอยช้างเมื่อก่อนไม่มีคนรู้จักดอยช้างเลย เหตุเพราะว่าดอยช้างเป็นดอยที่คนขึ้นไปยาก ขนาดรถ 4X4 ที่ว่าเจ๋งๆ ยังขึ้นไม่ได้  พูดถึงสมัยก่อน แต่แน่นอนว่าเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นำสิ่งต่างๆ มาปลูก ไม่ว่าจะเป็น ท้อ บ๊วย  แต่ที่สำคัญเค้าได้พันธุ์กาแฟสุดยอดมาปลูกที่นี่ คือ อาราบิก้า

อาราบิก้ามาปลูกที่นี่ เนื่องจากดอยช้างเป็นดอยที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ตอนนั้นมาปลูกแรก ๆ การค้าขายจะมีพ่อค้าคนกลางขึ้นไปซื้อกาแฟลงมา  ชาวเขาไม่สามารถลงมาจำหน่ายกาแฟด้านล่างได้ ทำให้ราคากาแฟถูกลง ๆๆๆ จนกระทั่งทางราชการเข้าไปช่วย นำกาแฟยี่ห้อนี้ส่งไปต่างประเทศ  ชื่อเสียงของกาแฟบนดอยช้างแห่งนี้กระจอนกระจายไปทั่วโลก ใครๆ ก็รู้จัก กาแฟสุดยอดต้องเมืองเชียงราย  บนดอยช้างนั่นเอง ปัจจุบันทุกคนรู้จัก   อันนี้เป็นผลผลิตที่เป็นเกษตรกรชุมชนชาวเขา บนตำบลวาวี แต่ว่าอยู่บนดอยช้าง

ทำไมถึงเรียกว่าดอยช้าง  ถ้ามองให้ดีเหมือนมีช้างสองตัว ลูกกับแม่  มองให้ดี เหมือนช้างจริง ๆ  ปัจจุบันเมื่อมีชุมชนชาวเขาเริ่มหันมาปลูกพืชเมืองหนาวกัน เศรษฐกิจดี เค้าก็มีการทำถนนขึ้นไป คุณสามารถเดินทางขึ้นไปเที่ยวดอยช้างได้ ภายใน 1 วัน ถ้าไปช่วงพญาเสือโคร่ง ซึ่งโดยปกติจะออกในช่วง ธันวาคม มกราคม   ที่พี่หนุ่มไปมาช่วงปลายธันวาคม เป็นดอกพญาเสือโคร่่งขาวทั้งดอย สวยงามมาก

แล้วอีกส่วนหนึ่ง ส่วนยอดสุด  เค้าเรียกว่าสถานพุทธศาสนา  จะมีพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งเดินธุดงมา แล้วมาสร้างเป็นสำนักสงฆ์ที่นี่ เนื่องจากว่าท่านไปพบบ่อน้ำ เป็นบ่อน้ำที่ขึ้นมาจากรากไม้  แล้วบ่อน้ำอะไรก็แล้วแต่ที่ึขึ้นมาจากรากไม้ เค้าเชื่อว่าเป็นบ่อน้ำบริสุทธิ์ ถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ได้ แล้วก็นำน้ำที่นี่แหละ ใน 9 สถานที่ที่จะนำไปเป็นน้ำเจริญพระพุทธมนต์ ซึ่งเป็นน้ำถือพิพัฒน์สัตยา แล้วก็จะนำน้ำที่นี่ไปเป็นน้ำทรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุเหมือนกัน เวลาคนไปจะบอกว่าบ่อนี้ใครจะไปทำสกปรกไม่ได้ เนื่องจากชาวบ้านที่นี่เชื่อว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์

เสร็จแล้วตรงนั้นจะเป็นลักษณะของอุทยานดอกไม้ คนจะไปถ่ายรูปกัน สวยงามมาก แล้วถ้าอากาศเปิด อากาศดีๆ คุณสามารถมองไปไกล ๆ อาจจะเห็นถึงดอยอินทนนท์ของจ.เชียงใหม่เลย

นี่คือดอยวาวี และดอยช้าง

 

กลับมาจาก 2 ดอย เชื่อว่าุคุณต้องมาพักข้างล่างแล้ว เพราะขึ้นดอยค่อยข้างจะเหนื่อย  ดอยที่สามอาจเป็นวันรุ่งขึ้นก็ได้ คือ ดอยแม่สลอง   ดอยแม่สลองต้องยอมรับเลยในสมัยก่อนโด่งดังมาก ใครจะไปเชียงรายต้องไปดอยแม่สลอง  ดอยแห่งนี้เต็มไปด้วยพญาเสือโคร่ง ซึ่งปัจจุับันก็ยังมีอยู่ แต่ว่าเมื่อก่อนตอนพี่หนุ่มไปสำรวจ จะไปช่วงตอนเย็น  เพราะตอนนั้นส่วนใหญ่ดอยแม่สลองเค้าจะไปกันตอนเย็น เพราะว่าจังหวะที่คุณขึ้นจาก อ.แม่จัน ไปดอยแม่สลองนี่ จะมีช่วงหนึ่งจะเป็นลักษณะของหุบเขา เหมือนเหวเลย แล้วเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์กำลังจะคล้อยตก แล้วแสงจะสวย คนที่เป็นช่างภาพ เป็นนักเดินทาง หรือคนที่ทำนิตยสาร เค้าจะไปรอจังหวะนี้ถ่ายภาพ แล้วพอขึ้นไปบนดอยแม่สลองปุ๊บ นี่พูดถึงสมัยก่อนนะ  แน่นอนว่าคุณเข้าที่พักนี่ต้องรีบอาบน้ำทันที เพราะอากาศพอยิ่งมืด ยิ่งเย็น ๆ เสร็จแล้วตอนค่ำๆ เค้าจะมีการแสดงเป็นวัฒนธรรมประเพณีของชาวจีนฮ้อ เป็นการแสดงเหมือนเราอยู่ในเมืองจีนเลย พูดภาษาจีนกันหมดเลย เหมือนเราไปเจี๊ยะน้ำชาอู่หลง  อู่หลงอีกแล้ว ไปตรงไหนก็อู่หลง  แล้วก็มีอาหาร ผักสด ๆ เห็ดสด ๆ เรื่องของขาหมูนี่ขาดไม่ได้เลย มีทุกดอย แสดงว่าเรื่องของการทำขาหมูนี่ชาวจีนเค้าเก่ง   แต่ข้อแตกต่างคือที่นี่ มีขาหมู แล้วมีหมั่นโถ   หมั่นโถนี่แต่ละทีทำรสชาดแตกต่างกันนะ เหมือนอย่างโรตีสายไหม แต่ละร้านก็จะไม่เหมือนกัน  ที่นี่เหมือนกันที่ดอยแม่สลอง นอกจากคุณจะได้รับประทานอาหารอย่างที่บอก ปัจจุบันคนขึ้นไปถึงเที่ยงๆ  พอถึงเที่ยงปุ๊บก็รับประทานอาหารของชาวยูนาน อย่างอาหารจีนพอรับประทานเสร็จ ก็จะเิดินตลาด ซื้อของดองต่อมิอะไรมา

แต่ปัจจุบัน เค้าจะเดินทางต่อไป เนื่องจากว่า เราย้อนกลับไปอดีตนิดนึง ดอยแม่สลองแต่เดิมเป็นเขตอิทธิของขุนส่า คือราชาที่ค้าขายเฮโรอีน  ขุนส่านี่ยึดพื้นที่บริเวณนี้เลย เนื่องจากว่าคนเดินทางขึ้นไปไม่ได้ จะต้องใช้ม้าหรือลาเท่านั้น ที่จะขึ้นหรือลง เพราะฉะนั้นบริเวณนี้เป็นที่หลบซ่อนตัวของราชาเฮโรอีนผู้นี้ แต่ต่อมาทางราชการได้มีการปราบปรามกันอย่างสุดเหวี่ยงแล้วนี่ก็สามารถจะผลักดันกำลังของขุนส่าออกนอกประเทศไทยได้  นี่ในส่่วนหนึ่ง แล้วอีกส่วนหนึ่งที่บอกว่ามีกองพล 93 อพยพมาพักแรมที่นี่ แต่ปัจจุบันแน่นอนว่าในส่วนหนึ่งก็เป็นสมาชิกของชาวไทยแล้ว

อีกทีหนึ่ง พอเลยแม่สลองไป จะไปอีกหนึ่งดอย เค้าเรียกว่าบ้านเทอดไท ๆ อยู่ดอยหัวแม่คำ  ไปรถตู้ รถปิ๊กอัพนี่ไม่อยากให้ไป แต่ถ้าเป็นรถ 4X4 ที่แบบขับเคลื่อน 4 ล้อนี่เห็นด้วย เนื่องจากระยะทาง 35 กม. ตอนนั้นพี่หนุ่มไป ๆ ตั้งแต่เช้า พอกลับลงมาเย็นพอดี  มากินข้าวไม่ได้เลยครับ เพราะลำไล้คอนไปคอนมา เพราะว่าถนนมันวิบากมาก แต่ว่ามันได้อรรถรส  สมัยที่ไปช่วงเดือนนี้เหมือนกัน ดอยบัวตองเต็มเลย เหลืออร่าม อากาศเย็น  เรียกได้ว่าการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอลนี่กดไม่ไป เพราะว่าความกดของอากาศมันทำให้กล้องไม่ทำงาน เพราะว่าอากาศมันเย็นเกินไป

เช่นเดียวกันที่นี่มีกิจกรรม  มีที่พักแบบโฮมสเตย์ มีกางเต้นท์  มีกิจกรรมการละเล่นของชาวเขา แล้วก็เรื่องอาหารการกินก็เป็นของชุมชนชาวเขาของดอยหัวแม่คำแห่งนี้  ส่วนตลาดบ้านเทอดไทสุดยอดมาก น่าไปสัมผัส น่าไปเดิน แต่อย่างที่บอก บริเวณด้านบนเป็นสถานที่ปลูกฝิ่น แต่ว่าเนื่องจากว่าบริเวณเขาจะเป็นรอยต่อระหว่างไทยกับพม่า เพราะฉะนั้นเรื่องที่คนจะข้ามไปข้ามมา หนีไปหนีมานี่ก็ยังสามารถทำได้

 

อีกดอยคือ “ดอยตุง”  ดอยตุงนี้หลายคนต้องรู้จัก เค้าบอกว่าในชีวิตสักครั้งต้องมีโอกาสขึ้นดอยตุง  ต้องไปเนื่องจากว่า ตามประวัติในปี 2530 สมเด็จย่าของเรา พระองค์ท่านเสด็จด้วยเฮริคอปเตอร์ สำรวจหาเพื่อ พูดตามชาวบ้าน เค้าบอกว่า ที่ีนี่เป็นบ้านหลังแรกของสมเด็จย่า ที่พระองค์ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ใช้ไม้ฉำฉาปลูกเป็นตำหนัก แล้วทรงประทับอยู่ที่นี่ เนื่องจากว่าบริเวณนี้อากาศดี เมื่อพระองค์ทรงประทับอยู่ที่นี่ พระองค์ก็สร้างเป็นลักษณะของสวนดอกไม้ มีพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ดอกไม้ต่างๆ เวลาคนเข้าไปเห็น เข้าไปสัมผัสปุ๊บ รู้สึกว่าืลืมสิ่งต่างๆ ไป ถ่ายรูปกันเพลิน มุนโน้นมุมนี่ ไม่ทันดูเวลา  นี่คือความสุข ความสุขที่เราหาได้   ความสุขที่มีต้นไม้ แม้กไม้ ดอกไม้ สิ่งต่าง ๆ ที่คุณถ่ายภาพ  ที่คุณคิดว่าสวยที่สุดมาอวดเพื่อน ปัจจุบันพอถ่ายรูปปั๊บส่งทันทีเลย  เพื่อนก็อิจฉาตาร้อน

บริเวณนั้นมีทั้งร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า ร้านกาแฟของดอยตุง  พี่หนุ่มไปทุกครั้งจะมีมุมกาแฟอยู่ มันได้บรรยากาศ นั่งคุยกันไป มองคนเดินลงไปถ่ายภาพ มองบรรยากาศตรงนั้น นี่คือสวรรค์ของเมืองไทย แต่ถ้าใครไม่ไปก็ไม่รู้ 🙂  ต้องไป เชียงราย 750 ปี

 

เสร็จจากดอยตุงแล้วก็ไปต่อ “ดอยช้างมูบ” บริเวณนี้เป็นเทือกเขารอยต่อไทยกับพม่า แต่เดิมนี้เป็นที่ปลูกฝิ่นของชาวเขา จนกระทั่งมีการถางป่า ตัดไม้ทำลายป่า จนทำให้หน้าดินเหมือนว่ามันจะเสียไป เค้าจึงมาทำโครงการ “ดอยตุง” ที่ดอยช้างมูบ ตรงนี้ แล้วก็นำดอกกุหลาบพันปี มาปลูกที่นี่ ที่นี่จะมีเยอะมาก แล้วก็เดินกันไป ขึ้นไปสูงสุด มีบ้าน แล้วจะมีชาวเขาที่นี่มีมาบรรยายให้ทราบว่า อันนี้คือดอยชื่อนี้ ชื่อนั้น เค้าก็จะมาบรรยายให้เราฟัง  เพราะว่าชาวเขาพวกนี้จะทำงานอยู่ตรงนี้ ทำงานตัดหญ้า ถางหญ้า ขุดดิน ดูต้นไม้ ทั้งแต่เช้ายันเย็นเลย รับใช้มาตั้งแต่สมเด็จย่าพระองค์ท่านยังมีพระชนม์ชีพอยู่  แล้วชาวเขาพวกนี้ไม่่รู้ว่าท่านเสียชีวิตแล้วหรือยัง เพราะพี่หนุ่มไปมาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว   ใครที่เดินไปเที่ยวบางทีใช้กำลังเยอะในการขึ้นในการลง แล้วลงนี่จะเบ่งออก พยายามเบ่งเบาๆ นิดนึง เนื่องจากที่นั่นเป็นสถานที่เงียบ ก้อง   555    อันนี้เ็ป็นส่วนหนึ่งนะครับที่ดอยช้างมูบ

 

ช่วงสุดท้ายของรายการ  อย่างที่บอกว่าเมืองเชียงรายสร้างขึ้นในปี 1805 นี่นะครับ ตอนที่สร้างใหม่ๆ ที่เราทราบกันก็คือ พ่อขุนเม็งราย ได้เสด็จมาที่บริเวณนี้ แล้วก็พลัดพรากกับช้างของพระองค์ พระองค์ก็เสด็จตามหาช้าง จนกระทั่งขึ้นไปบนดอยแห่งหนึ่ง ชื่อว่า “ดอยจอมทอง”  แต่ว่าตอนนั้นยังไ่ม่พบช้าง แต่ทอดพระเนตรเห็นบริเวณนี้เหมาะที่จะสร้างเมือง ก็เสด็จกลับ ก็ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างเมืองนี้ขึ้นมา แล้้วให้ชื่อว่า “เวียงเชียงราย” คือเป็นพระนามของพระองค์นั้นเอง ต่อมาแน่นอนว่าช้างหาย ฉะนั้นตราสัญลักษณ์ของจังหวัดนี้ก็คือรูปช้าง  เค้าจะมีรูปช้างสีขาวอยู่ใต้เมฆ เค้ามีความหมายว่า ความรุ่งเรืองอยู่เย็นเป็นสุข ด้านบนเป็นพื้นสีม่วง สีม่วงหมายถึง ผู้ที่เกิดวันเสาร์ ก็คือพ่อขุนเม็งราย เกิดวันเสาร์นั่นเอง แต่ว่าตอนนี้คือสรุป 750 ปีของเมืองเชียงราย เค้าก็มีสัญลักษณ์ประจำของการเฉลิมฉลอง ก็หมายถึงตราสัญลักษณ์เมืองเชียงราย เป็นรูปพระธาตุดอยตุงสีทองเหลืองอร่าม เค้าหมายถึงความรุ่งเรืองเหมือนกันนะครับ และแน่นอนว่าเมืองนี้เป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ คือ พ่อขุนเม็งรายมหาราชเป็นผู้สร้าง นี่คือประวัติศาสตร์อันยาวนานของเชียงราย 750 ปีนะครับ

 

**ติดตามฟังสดๆ ได้ที่วิทยุรัฐสภา FM 87.5 MHz ทุกวันอาทิตย์ เวลา 10:00-11:00 น.

 

Use Facebook to Comment on this Post


  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube