เส้นทางเที่ยววังน้ำเขียว

พบกับบันทึกการเดินทางของนักเดินทางมืออาชีพ
"พี่หนุ่ม สุทน รุ่งธัญรัตน์" นักจัดรายการวิทยุมากด้วยประสบการณ์ด้านแหล่งท่องเที่ยว
และ "น้องนิส นิสลา คุ้มพงศ์"

เริ่มทริปแรกด้วยเส้นทางกรุงเทพฯ-วังน้ำเขียว

รายการ “เที่ยวทั่วไทยไปกับรัฐสภา”
ประจำวันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2555


 ช่วงที่ 1

ช่วงที่2

ช่วงสุดท้าย

เราคุยกันถึงภาคเหนือ ตอนนี้มีงานเรื่องของ มหกรรมพืชสวนโลก  ว่าจะมีไปถึงวันที่ 15 ก.พ. 2555 เชื่อมั้ยครับว่าคนทางภาคใต้ เค้าเดินทางไปเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เค้าอยากไปสัมผัสอากาศทางภาคเหนือบ้าง ทีนี่การเดินทางของเค้าต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 วัน  2 วันส่วนใหญ่ เค้าจะเข้ามาพักที่สุพรรณบุรี

สมมติว่ามาจากหาดใหญ่ สงขลา พัทลุง  เค้ามาถึงเพชบุรี ราชบุรี แล้วเ้ข้านครปฐม เข้าเส้นทางอำเภอสิบหมื่น (กำแพงแสน) เส้นทางสายนี้ออกสุพรรณบุรีได้ เค้าก็จะไปพักค้างคืนที่สุพรรณบุรี 1 คืน  เพราะว่ามืดพอดี

สมมติว่าสุพรรณบุรีโรมแรมเต็ม ถ้าเดินทางมายังไม่มืด อยู่ประมาณสักเกือบ ๆ 17.00-18.00 น. คุณสามารถเดินทางไปชัยนาทได้ จากสุพรรณบุรีไปชัยนาท ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชม. อาจจะไปพักที่ชัยนาทได้ ที่ชัยนาทมีโรงแรมมีรีสอร์ที่น่าสนใจ พอรุ่งขึ้นคุณก็เดินทางจากชัยนาท สามารถเดินทางไปถึงเชียงใหม่ยังไม่เย็นด้วย แล้วคุณสามารถจะเข้าเที่ยวชมงานมหกรรมพืชสวนโลกได้ในวันนั้นเลย ส่วนวันอื่น ๆคุณจะไปไหน ตั้งโปรแกรมไว้เลย เที่ยวสัก 2 วันแล้วเดินทางกลับ เดินทางกลับนี่ไม่จำเป็นต้องพักที่สุพรรณบุรี อาจจะไปพักที่เพชรบุรี หรือชะอำก็ได้ อันนี้ส่วนหนึ่งนะครับ ที่มาคุย เพราะว่าหลายๆ ท่านอาจจะไม่รู้จักเส้นทาง แล้วคิดว่าสุพรรณบุรีน่าจะพักได้ ปัจจุบันคนทางภาคใต้ที่เดินทางมาทางภาคเหนือนี่ มาพัสุพรรณบุรี จนกระทั่งเค้าบอกว่าที่พักบางที บางสัปดาห์ที่สุพรรณนี่เต็ม  ส่วนหนึ่งเลยบอกว่าคุณสามารถไปพักที่จ.ชัยนาทได้  การเดินทางไม่ต้องเข้ากรุงเทพฯ

เราพูดถึงภาคเหนืออากาศเย็น จำได้มั้ยวังน้ำเขียว พอมีเรื่องเหตุการณ์ที่ศาลสั่งให้รื้อรีสอร์ทที่บุกรุกเข้าไปพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ก็เลยทำให้นักท่องเที่ยวที่บ้านไทยสามัคคี  นักท่องเที่ยวน้อยลง  ผมได้มีโอกาสเดินทางไปที่วังน้ำเขียวมานะครับ ก็ถามเค้าว่าในช่วงที่มีข่าวออกมาเยอะแยะ นักท่องเที่ยวนี่หายไปมากถึง 80% บางร้านบางที่เงียบเลย  แต่ปัจจุบันนักท่องเที่ยวเริ่มกลับเข้ามาใหม่ อยู่ที่ประมาณ 70% หลังจากที่อีกประมาณ 30% นักท่องเที่ยวหายไปไหน   อันนี้หลายคนตั้งคำถามเหมือนกัน

เอ๊ะ!! นักท่องเที่ยวทำไมไม่เข้าไปที่บ้านไทยสามัคคีอย่างที่เคยไป เพราะว่านักท่องเที่ยวที่ไปวังน้ำเขียวที่บ้านไทยสามัคคี  คือ 1 เค้าต้องการไปสัมผัสบรรยากาศ  2 ไปดูในเรื่องของผักปลอดสารพิษหรือไปฟังบรรยายการทำสวนเกษตร  3 ขึ้นไปผาเก็บตะวัน ไปยิงหนังสะติก  อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน  ตรงนี้เข้าไป แต่ถามว่าปัจจุบันถามว่าทำไมนักท่องเที่ยวไม่ไปพักแรมที่บ้านไทยสามัคคี

เมื่อก่อนนี้ถนนก็ไม่ดีคนก็เข้าไปไม่เยอะมาก แต่ตอนนี้ถนนดีมากวิ่งรถเก๋งเข้าไปได้สะดวกสบายเลย  แต่ว่ามันมีเหตุอย่างหนึ่งที่คนไม่เข้าไปพักที่นั่น เพราะอะไรรู้มั้ย  พี่หนุ่มไปสัมผัสมาออกมาจากบริเวณนั้น ก่อนออกมาต้องสำรวจหาแหล่งที่มา  พอออกมาจากวังน้ำเขียวต้องแวะ ยำเห็นเอย
น้ำตกเอย ส้มต้มเอย แล้วอาหารสุดยอดของนครราชสีมา ที่ขึ้นชื่อเลย “ผัดหมี่โคราช” พี่หนุ่มไปทดสอบทานมา พอทานปุ๊บ ปัจจุบันเค้าบอกว่าคนอาจจะคิดไม่ถึง  ผัดหมี่โคราชคุณไม่ต้องปรุงอะไรทั้งสิ้นเลย เนื่องจากรสชาดหมี่โคราชมันจัดอยู่แล้ว ที่นี่อาจคิดไม่ถึง  ที่วังน้ำเขียวมีผักสดปลอดสารพิษเยอะมากเลย ทางร้านก็แนะนำว่า คุณทดสอบรับประทานดู ผัดหมี่โคราชกินกับผักสดๆ   มันสุดยอดจริงๆ   กินแล้วเพลินเพลิดเลยครับ ตักหมี่หนึ่งคำ ผักสดกรอบๆ  เคี้ยวเข้าไป (อยากได้ผัดหมี่สัก 2 จาน)  ฝากไว้เลยครับ ถ้าไปวังน้ำเขียว แต่ที่โคราชพี่หนุ่มไม่แน่ใจว่ามีผักปลอดสารพิษหรือไม่ แต่แน่นอนที่วังน้ำเขียวนี่ ถ้าร้านไหนที่ขายส้มตำ ร้านไหนที่ขายผัดหมี่โคราช เค้าจะมีผักสด ๆ มา แต่บางร้านเค้าเสิร์ฟให้เลย บางร้านต้องขอซื้อเค้าต่างหาก แล้วแต่ร้าน

ที่นี่พูดถึงการเดินทางจากกรุงเทพฯ เราจะมุ่งตรงดิ่งไปอย่างเดียวถึงวังน้ำเขียวเลยหรือเปล่า  เราจะไปที่บ้านไทยสามัคคีเลยหรือเปล่า  การเดินทางให้คุ้มค่ากับการเดินทางไปเที่ยววังน้ำเขียว คุณต้องเดินทางแบบไหน  พร้อมยังครับ??

สมมติว่าออกจากกรุงเทพฯ ประมาณ 8.30 น.  แบบเบิร์ด ๆ เลย สบาย ๆ  ขับเส้นทางกรุงเทพฯ-สระบุรี เลี้ยวขาว  แต่ขอให้ถึงสระบุรีเลี้ยวซ้ายก่อน   ไม่ได้ไปลพบุรี แต่ต้องไปแวะที่อ.เสาไห้ ซะก่อน

อ.เสาไห้มีอะไรครับ  อ.เสาไห้ เข้าไปที่ด้านหลังที่ว่าการอำเภอสาวไห้เลย ตรงนั้นมีเรื่องเล่าขานที่เค้าพบเสาร้องไห้ แต่เชื่อมั้ยเค้ามีตลาดร้อยปีอยู่ตรงนั้น เมื่อตอนอุทกภัยน้ำท่วม ตลาดแห่งนี้ถูกน้ำท่วมทั้งหมด แล้วตอนนี้เค้ารื้อฟื้นกลับมาใหม่แล้ว แล้วก็เปลี่ยนโฉมใหม่เลย เค้าปิดถนนในช่วงเสาร์-อาทิตย์ ต้องการจะให้เป็นถนนคนเดิน คุณไปจอดรถ อาจจะจอดใกล้ๆ สถานีตำรวจอ.เสาไห้ก็ได้ หรือจะจอดแถวๆ ที่ว่าการอำเภอเสาไห้ก็ได้ แล้วเดินไปถนนเดินนี้ สองฝากฝั่งจะเห็นของที่ระลึก มีขายกระจุกกระจิกน่ารักมากมาย  ไปอีกฝากนึงจะเป็นกาแฟสด ติดกับแม่น้ำป่าสัก ไปดื่มกาแฟสดแล้วก็มองสายน้ำ มีความสุข 🙂

เลยไปอีกนิดนึงเป็นร้านขายเครื่องจักรสาน มีทุกอย่างเลย แล้วเลยเข้าไปอีก มีขนมจีน มีก๋วยเตี๋ยวเรือ มีขนมเบื้องญวณ เป็นร้านที่ติดกับแม่น้ำ แต่เค้าบอกว่าถ้าไปที่ตลาดเก่าร้อยปี อ.เสาไห้นี่ร้านที่ไม่ไปไม่ได้เลย “เกี๊ยวกรอบร้อยปี” พี่หนุ่มไปรับประทานมาแล้ว 2 ร้าน บวกน้ำจิ้ม  เค้าเขียนเลยว่า “ก๋วยเตี๋ยวร้อยปี” เพราะร้านนี้ตั้งมาตั้งแต่อากง อาม่า อาซ้อ อากู๋อะไรก็แล้วแต่ ถ้าร้อยปี ก็ในสมัย ร.5  ปัจจุบันถือว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวที่สำคัญของถนนเส้นนี้เลย  แล้วทุกคน สังเกตได้เลย สั่งอยู่ 2 อยู่  อย่างแรก เกี๊ยวกรอบบวกน้ำจิ้ม  อย่างที่สองคือ ราดหน้าเกี๊ยว  เคยกินมั้ย ปกติเรากินราดหน้าหมู ราดหน้าไก่  ที่นี่ราดหน้าเกี๊ยว

เสร็จแล้วข้ามไป ๆ “ตลาดต้นตาล” อันนี้เป็นชุมชนเก่าแก่ ที่จริงตรงนี้เค้าเรียกว่า “ท่าเสด็จ” ที่ตลาดต้นตาล เนื่องจากว่า สมัยล้นเกล้า ร.4 พระองค์เสด็จประพาสเมืองโคราช พระองค์เสด็จตรงนี้ แล้วก็เป็นท่าน้ำที่ให้พระองค์เสร็จขึ้นมาเพื่อที่จะเยี่ยมเยียนราษฏร  แต่ว่าคนไม่ค่อยเรียกท่าเสด็จ แต่มาเรียกว่าชุมชนต้นตาล ปัจจุบันเค้าทำเป็นตลาดเหมือนกัน เป็นลักษณะตลาดสร้าง ถ้าจะเปรียบเทียบกับ 2 ตลาดนี้ ถ้าคุณเดินตลาดที่อ.เสาไห้แล้วนี่ คือจะมาที่ตลาดนี้ก็ได้หรือแล้วแต่ให้เปรียบเทียบกันเองแล้วกันนะครับ แต่ว่าเปิดไม่เหมือนกัน ตลาดต้นตาล จะเปิดเฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น ร้านค้าต่างๆ ก็จะมีลักษณะคล้ายๆ แต่ว่าจะมีบรรดาผ้าทอพื้นบ้านพื้นเมืองของชาวบ้านที่นี่ นั่นคือ “ลาวซงดำ” ที่อพยพมาจากเมืองเชียงแสน ในสมัยที่เมืองเชียงแสนแตก คือในสมัยปลายกรุงธนบุรี เข้ามาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นนั่นเอง อันนี้ส่วนหนึ่ง

เสร็จแล้วเดินทางต่อเลย ไปถึงมวกเหล็ก สระบุรี ไปยูเทิร์นกลับรถ เข้าเส้นทางที่เขียนว่า ไปเขาแผงม้า  คุณไปเส้นทางสายนี้ ไม่ต้องรีบร้อนนะครับ เข้าไปทางนี้ประมาณไม่ถึงกิโลเมตร ให้มองทางด้านขวามือ จะมีเป็นลักษณะเหมือนวังเก่า หรือเหมือนคล้าย ๆ กำแพงวัง ตรงนั้นจะมีวัดชื่อวัดผ่านศึกอนุกูล ตรงนี้เค้าสร้างศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเอาไว้ ภายในของศาลจะมีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช, สมเด็จพระเอกาทศรถ และสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา  ตรงนี้แสดงว่าพระองค์ท่านเคยมาพักทัพ ก่อนที่จะยกทัพไปโคราชอะไรก็แล้วแต่ เค้าก็เลยมาสร้างศาลเสร็จแล้วขับรถตรงไปสัก 18 กม. ดูหลัก กม.เลยนะครับ จะเห็น “สวนกุหลาบกลางดง” คุณก็เข้าไปเลย กุหลาบในช่วงหน้าหนาว กุหลาบสวยงามมาก ซื้อก็ได้ ไม่ซื้อก็ได้ คุณจะลงไปถ่ายรูปก็ได้ แต่อยากให้เข้าไปชม อยากให้เข้าไปสัมผัส

ใกล้ๆ ทางเข้า “สวนกุหลาบกลางดง” จะมีร้านกาแฟน่ารักมาก นั่งอยู่ใต้ร่มไม้ชายคา เป็นเงาของร่มไม้ นั่งแล้วดื่มกาแฟคุยกัน มองตากันปิ๊ง ๆๆ  มีความสุข 🙂

หลังจากนี่ก็จะไปเที่ยวเส้นทางเขาใหญ่-ปากช่อง เราก็เลี้ยวขวาไป  เลี้ยวขวาไปก็เกือบๆประมาณ 1 กม. จะถึงทางขึ้นเขาใหญ่ ถ้าคุณขึ้นเขาใหญ่คุณก็ต้องออกปราจีนบุรี นครนายก แล้วกลับกรุงเทพฯ  แต่ให้คุณเลี้ยวซ้ายไปเขาแผงม้า อันนี้แหละข้อเปรียบเทียบ

(เกร็ดความรู้ “อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่”  ในปี 2502 จอมพลสฤทธิ์ ธนะรัตน์ ท่านได้เดินทางไปสำรวจพื้นที่ทางด้านอีสาน เมื่อกลับทางเส้นทางสายนี้ ก็เห็นว่ามีป่าบริเวณนี้ มันเป็นเทือกเขาที่ติดต่อกันเยอะแยะมากมายทีเดียว ท่านก็เห็นว่าบริเวณนี้น่าจะทำสถานที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ ในปี 2505 ท่านจึงปรับเป็นอุทยานแห่งชาติ แห่งแรกของประเทศ เพื่อที่จะไม่ให้คนเข้ามาตัดไม้ทำลายป่านั้นเองครับ)

ประมาณ 60 กว่า กม.  นี่แหละครับจุดนี้คนถึงไม่ไปที่บ้านไทยสามัคคี    พอมาเส้นทางสายนี้ปัจจุบันเส้นทางดีมาก แล้วมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจเยอะ  1 เค้าเรียกว่าจุดพักรถฟลอร่า  ฟลอร่านี่หมายถึงดอกไม้ที่สวยงาม คุณพักรถตรงนี้ปุ๊บ มีร้านกาแฟสด  มีรถรับส่งให้คุณซื้อตั๋วเข้าไปข้างใน แล้วชมทุ่งดอกไม้ที่กว้างใหญ่ไพศาล มีการเล่นเกม มีคนบรรยายบนรถพ่วง  กว่าจะออกมาได้ 2 ชม.แล้ว  คนก็โห!! เมืองไทยมีสิ่งดีๆ เหล่านี้ด้วยเหรอ ทำไมเราไม่เคยมาเลย ส่วนใหญ่เราไปวังน้ำเขียว เราก็จะไปปากช่อง เข้าโคราช ปักธงชัย แล้วก็มาวังน้ำเขียว ไม่เคยมาเส้นนี้ แต่พอมาเส้นนี้  1 เป็นจุดที่พัก  แล้วจุดที่ 2 เมื่อคุณออกจากฟลอร่าตรงนี้ ก็จะไปถึงอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง ตรงนี้ปัจจุบันมีที่พักขึ้นเยอะมาก แล้วคุณยังสามารถกลางเต้นท์ได้ แล้วพักรับประทานอาหาร ชมวิวทิวทัศน์ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำตรงนี้ อากาศก็เย็น กินอาหารก็อร่อย ที่พักก็ไม่แพง  แล้วก็ไม่ต้องรีบเร่ง วังน้ำเขียวเมื่อไหร่ก็ไปได้ เพราะว่ามันเจอสิ่งที่มีความสุขแล้ว

เลยไปอีกนิดนึง เลยจากอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงไปอีกนิดนึง จะเป็นสถานที่ที่เค้าต้องซื้อหญ้าไปให้เหมือนที่สวนผึ้ง คือ ไปเลี้ยงแกะ  แล้วร้านกาแฟตรงนี้จะคล้ายๆ กับร้านกาแฟร้านหนึ่งที่เมืองปายที่มีชื่อเสียง ที่ใครไปต้องไปตรงนี้ ไปถ่ายรูปตรงนี้   นี่แหละที่นี่ปัจจุบันก็มีแล้ว สร้างเสร็จแล้ว แล้วคนผ่านปุ๊บคนจะแวะ แล้วเข้าไปดูแกะ  แล้วที่นี่ยังมีที่พักอยู่ในหุบเขา

นี่สามจุดแล้ว  นี่ไม่ได้แนะนำนะครับ สมมติ ถ้าเราไปบ้านไทยสามัคคีปุ๊บ กินผักปลอดสารพิษ มืดเข้าที่พัก ก็ไม่มีอะไรแล้ว  แต่ถ้าอยู่ตรงนี้  3 จุดที่เราแวะ เราก็มีความสุขแล้ว พอมีความสุขแล้วถามว่าจากตรงนี้ไปอีก 50 กม.นี่ ก็ต้องหาที่พักแล้ว เนื่องจากว่าบริเวณเขาแผงม้าทั้งหมดปัจจุบันบนขุนเขาสูงมีรีสอร์ท  บนเนื้อที่ไม่ใหญ่มากนักมีรีสอร์ทเล็ก ๆ ที่สามารถกลางเต้นท์ได้ นั่งรับประทานอาหารในช่วงพบค่ำ

หนึ่งทุ่มตรงเป็นต้นไป พอมองลงมามันเหมือนเมือง ๆ หนึ่งที่อยู่ในวิมาน เห็นแสงไฟเล็กระยิบระยับเต็มไปหมดเลยในหลายหุบเขา แต่ว่าถ้าเราไปที่วังน้ำเขียว ที่บ้านไทยสามัคคีคุณจะไม่เห็นแบบนี้ นี่เป็นข้อแตกต่างที่พี่หนุ่มได้ไปสัมผัส ไปพูดไปคุยกับท่องเที่ยว โดยเฉพาะวัยรุ่นทั้งหลาย เค้าถึงมาอยู่ตรงนี้ เนื่องจากว่าเวลานั่งรับประทานอาหารในที่พักหรือในรีสอร์ทของเค้า มองลงมานี่มันสวย เหมือนว่ากลางวันกับกลางคืนนี่มันแตกต่างกันมากเลย กับการที่เราจะเข้าไปอยู่ในห้องนอน กับการที่เราออกมานั่งคุยกัน เราเห็นแสงสี บรรยากาศอย่างนี้มันหายาก แล้วพี่หนุ่มเชื่อว่าต่อไปเขาแผงม้าผู้คนจะหลั่งไหลไปกางเต้นท์เอย ไปพักแรมที่นี่ ไปหาอาหารกินกันที่นี่เยอะเพิ่มขึ้นแต่เขาแผงม้านี่ถ้าคนได้พักที่สูงสักนิดนึง คุณมองมาจากขุนเขา จะเป็นแอ่งลงไป แล้วสโลปขึ้นไป แล้วทุกที่จะมีรีสอร์ท แล้วรีสอร์ทในยามค่ำคืนเค้าเปิดไฟ  พอเปิดไฟนี่จะดูสวยงาม มันมีชีวิตในยามค่ำคืน   แล้วถ้าช่วงอากาศหนาวเย็น ตื่นเช้ามาสักประมาณหกโมงครึ่ง ถ้าเป็นคนชอบถ่ายภาพ  ใส่เสื้อกันหนาวมา ใส่หมวกไหมพรมนะ แล้วให้คนถ่ายรูปเรา แล้วข้างหลังเป็นหมอกลง แล้วยิ่งพระอาทิตย์จะขึ้นสัก เจ็ดแปดโมง จะเห็นนก เห็นฟ้าเป็นขอบ ถ่ายภาพนี่สวยมาก

เสร็จแล้วนี่ในตอนเช้าก็ไม่ต้องกลับเส้นเก่า ก็เดินทางลงไปเลยครับ ไปออกที่อ.วังน้ำเขียว ที่นี่ซ้ายกับขวาให้คุณเลือกไปซ้ายก็ออกโคราช ปักธงชัย แล้วก็เลือกเดินทางมาท่องเที่ยวที่ลำตะคลอง ถ้าคุณเลือกขวาก็ไปออกปราจีนบุรี มาออกนครนายก หรือจะไปออกฉะเชิงเทราก็ได้ อันนี้ก็ของให้เลือก แต่ว่ายังไม่ลงรายละเอียดมากนักนะครับ…

**ติดตามฟังสดๆ ได้ที่วิทยุรัฐสภา FM 87.5 MHz ทุกวันอาทิตย์ เวลา 10:00-11:00 น.

 

Use Facebook to Comment on this Post


  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube